vocabulary

vocabulary

vocabulary

vocabulary เรื่องของการจำคำศัพท์เป็นเรื่องใหญ่อย่างหนึ่งในการใช้ภาษาอังกฤษ
ใครเคยใช้คำผิดพูดอย่างนึงแปลได้อีกอย่างนะคะ 55555
นึกคำไม่ออกอ้าปากค้าง 5 นาทีจนฝรั่งต้องมาช่วย
เสียงเพี้ยนฉันงงว่าทำไมคนไม่เข้าใจ … ออกเสียงไม่ถูก

สำหรับคนที่เรียนภาษาอังกฤษหากคุณต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ควรมีวิธีที่ดีแม่นยำและถูกต้องเพื่อช่วยในการท่องจำ ไม่งั้นเสียเวลาเที่ยวเตร่ไปนาน…จำไม่ได้อดทนเดินเตร่มานานเจออีกต้องกลับมาหาอีก

ผมจึงไม่ใช้วิธีการที่ผมใช้ ลองคุยกันดู แต่รับรองได้ผลดีแน่นอน

vocabulary
  1. ฝึกโดยใช้คำภาษาไทยและคำภาษาอังกฤษ
    คนที่บอกว่าพูดไทยคำอังกฤษคำก็ตลก

หากเราต้องการเข้าใจคำศัพท์เราต้องเริ่มต้นด้วยคำจำกัดความ ไม่ใช่ตัวสะกด!
การที่เราพยายามใส่คำศัพท์ที่เราต้องการจะจำเป็นประโยคภาษาไทยจะช่วยให้เราเห็นภาพและบริบทของคำศัพท์ที่เราต้องการจดจำ

สังเกตว่าในชีวิตประจำวันของเรามีคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่แล้วเช่น copy (สำเนา), shopping (ชอปปิ้ง), censor เป็นต้นเราแทบไม่ลืมความหมายของคำเหล่านี้ เนื่องจากการทับศัพท์จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายได้ดี
คราวนี้ลองแทนที่คำทั่วไปด้วยคำที่เรายังไม่รู้จัก

หนังสือเดินทางของฉันไปยังประเทศถูกปฏิเสธดังนั้นฉันจึงต้องอยู่ที่สนามบินชั่วคราว

หนังสือเดินทางของฉันถูกปฏิเสธดังนั้นฉันจึงต้องอยู่ที่อาคารผู้โดยสารสักครู่

วิธีนี้นอกจากจะช่วยจำคำศัพท์แล้วยังช่วยให้เรานำไปใช้ในบริบทที่ถูกต้องได้อีกด้วย

  1. อย่าเพิ่งเริ่มจำศัพท์ยาก ๆ ถ้าคุณไม่ดีพอ

จำคำศัพท์ได้เยอะดี แต่คุณรู้หรือไม่? ในชีวิตจริงเราต้องการห้องสมุดประมาณ 1,500 คำเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้
ซึ่งถ้าเราใช้คำเหล่านี้ที่ถูกไวยากรณ์ส่วนของคำพูด tense.

ปัจจุบันบางคนอาจเริ่มท่องจำโดยใช้พจนานุกรมหรือหนังสือ 3,000 คำซึ่งเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ นอกจากจะจำคำศัพท์ไม่ได้ทั้งหมดแล้วคุณอาจเสียเวลาไปกับการจำคำศัพท์มากมายที่ชาวต่างชาติมักไม่ใช้ สิ่งนี้ทำให้ยากต่อการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันอย่างที่ควรจะเป็น

ละทิ้งความเป็นกันเองความเป็นกันเองเพราะเราไม่ค่อยได้พบเจอยกเว้นใน SAT

  1. ใช้คำศัพท์เพื่อสร้างประโยค

จุดประสงค์ที่แท้จริงของการจำคำศัพท์ไม่ใช่เพื่อให้ได้อะไรมากมาย แต่มันคือการที่เราสามารถอ่านเข้าใจความหมายพูดหรือเขียนประโยคฟังและเข้าใจมากขึ้น

ตามการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันซึ่งประกอบด้วยการอ่านการเขียนการฟังและการพูด

ดังนั้นหลังจากที่เราท่องศัพท์ได้แล้วเราก็ลองนำคำนั้นมาประกอบประโยค
แต่ละคำมีวิธีการแสดงอารมณ์และส่วนหนึ่งของคำพูดที่แตกต่างกันหากคุณไม่ได้ใช้เพื่อสร้างประโยคคุณจะรู้จักคำบนพื้น

เช่น

เมื่อฉันอ่านหนังสือฉันต้องการสมาธิ
เวลาอ่านหนังสืออยากมีสมาธิ

เมื่อฉันอ่านหนังสือฉันต้องมีสมาธิ
เวลาอ่านหนังสือต้องมีสมาธิ

เมื่อฉันอ่านหนังสือฉันมีสมาธิ
พออ่านหนังสือก็มีสมาธิ

เราดูคร่าวๆแล้วมันอาจจะเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย
เราต้องดูความหมายของคำให้ดีว่าใช้อย่างไร หากคุณวางผิดตำแหน่งอาจทำให้ผู้ชมสับสนได้

  1. เรียนรู้ด้วยการฟัง

การเรียนรู้ที่จะท่องคำศัพท์ในหมวดหมู่ตามลำดับตัวอักษรอาจล้าสมัย เพราะจริงอยู่ที่เราอาจมีคำศัพท์มากมาย แต่เราจะไม่เข้าใจความหมายของคำนั้น

วิธีที่ผมแนะนำคือฟังหรืออ่านบทความแล้วจดไว้โดยเฉพาะการฟัง เพราะถ้าเราฟังจากภาพยนตร์หรือซีรีส์เราสามารถเข้าใจบริบทจากประโยคและสำนวนของผู้พูด

ในปัจจุบันเราสามารถพบคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษมากมายจาก youtube, channel, facebook, blogger หากเราติดตามเป็นประจำจะเห็นคำศัพท์มากมายหลากหลาย ทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษเร็วขึ้น

ดังนั้นการฟังจึงเป็นวิธีฝึกภาษาอังกฤษที่ง่ายและสะดวกมาก

  1. ท่องจากสัทศาสตร์

สัทศาสตร์หมายถึงวิธีการออกเสียงสัทศาสตร์ แต่ละภาษามีวิธีการส่งออกที่แตกต่างกัน

ฉันได้สิ่งนี้มาจากคนพูดได้หลายภาษา มีคนถามเขาว่าเขาใช้เทคนิคการจำคำศัพท์อย่างไร วิธีหนึ่งที่เขาแนะนำคือจำโดยใช้คำที่ฟังดูคล้ายกัน หลักหรือสระเดียวกันเช่น

เส้นโค้ง
ความรักหมายถึงความรัก
เสิร์ฟหมายถึงให้บริการหรือทำ
สมุนไพร

เมื่อใช้รายการหากคุณจำได้ 1 คำคุณจะจำส่วนที่เหลือของรายการได้ด้วยซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการช่วยให้คุณจำปริมาณมากได้

  1. ใช้คำตรงข้าม

ตามที่ฉันเน้นความหมายเป็นสิ่งสำคัญเมื่อจำคำศัพท์
การใช้คำตรงข้ามที่เราจำได้จะช่วยเป็นคำใบ้ช่วยให้คุณจำได้

เช่น

โสด, แต่งงาน
ต่อเนื่องหยุดชั่วคราว
โหดร้ายใจดี

เป็นต้น

  1. เรียนรู้คำศัพท์จากบริบท

เมื่อเราเจอคำศัพท์ที่ไม่เคยเห็นต่อหน้าเราอาจต้องเอาตัวรอดโดยการเดาจากบริบทหรือคำรอบข้าง

เป็นกระแสน้ำที่ดีในการแล่นเรือในน้ำนิ่ง

การล่องเรือในน้ำเป็นเรื่องง่าย ……

หากต้องการเดาความหมายคือติ๊กที่ k
น่าจะเป็นน้ำนิ่งใช่มั้ย?

ความหมายจากพจนานุกรมอ็อกซ์ฟอร์ดบอกเราว่าสถานะของสิ่งที่ไม่มีกระแสหรือการไหล

เราอาจต้องใช้ทักษะนี้มากในการอ่านข้อสอบ แต่เชื่อเถอะคุณไม่ต้องการ หากคุณไม่ได้ทำแบบทดสอบขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยให้คุณจำคำศัพท์ได้ แม้ว่าคุณจะเขียนแล้วย้อนกลับไปดูอีกครั้งคุณจะจำได้ดีขึ้นมาก

  1. เปลี่ยนสภาพแวดล้อมของคุณให้เป็นคำศัพท์

เป็นข้ออ้างยอดนิยมสำหรับผู้ที่ไม่ชอบภาษาอังกฤษเพราะที่นี่คือประเทศไทยไม่มีที่ใดที่ไม่มีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษ

ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของคุณเป็นภาษาอังกฤษ!

วางคำศัพท์ตามสิ่งต่างๆ
เวลาคุยกับเพื่อนลองคิดเป็นประโยคภาษาอังกฤษ
อ่านมังงะเป็นภาษาอังกฤษ (ก่อนแปลไทย)
เพลงประกอบภาพยนตร์พากย์ภาษาอังกฤษ
ฟังเพลงนักร้องภาษาอังกฤษ
อ่านเมนูเป็นภาษาอังกฤษ
เปิดช่องข่าวเป็นภาษาอังกฤษ
ตั้งค่า facebook เป็นภาษาอังกฤษ
ตั้งค่าโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาอังกฤษ

ตอนแรกอาจรู้สึกสับสน ไม่สามารถคิดคำศัพท์ที่ถูกต้องได้ แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายมาก เพราะใช้ความตั้งใจของเราเท่านั้น! ทำได้ทุกที่ทุกเวลา

ภาษาอังกฤษถ้าเราสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้เมื่อใช้ภาษาอังกฤษจริงเราจะพัฒนาได้เร็วมาก

  1. อ่านข่าว BBC ช่องฟุตบอล

นี่เป็นวิธีที่ผมใช้จริง
ฉันมีไลฟ์สไตล์ที่ชอบดูฟุตบอล ดังนั้นฉันจึงดูเป็นภาษาอังกฤษและติดตามบทความเกี่ยวกับฟุตบอลเป็นภาษาอังกฤษ
ใครมีงานอดิเรกลองหาช่องที่เกี่ยวข้อง

เชื่อหรือไม่ว่าแต่ละวงการมีวิธีการเขียนข่าวไม่เหมือนกัน
ถ้าเป็นฟุตบอลคำศัพท์จะเร้าใจและเอาชนะได้
แต่ก็เป็นผลดีสำหรับคนที่ฝึกภาษาอังกฤษ ในตอนแรกฉันวนเวียนอยู่กับคำศัพท์ที่ยังไม่รู้ (แต่รู้ แต่ยังใช้ไม่ได้) ค่อนข้างมาก

พอจะเริ่มอ่านบทความเป็นภาษาอังกฤษ
การอ่านนั้นไร้สาระฉันไม่รู้ว่าทำไม
ลองเปิดช่อง BBC เพื่อดูข่าวไปทั่วโลก เขารู้เรื่องชาวบ้านฮ่า ๆ และภาษาของเขาก็เป็นทางการมาก
ทั้งการเรียงประโยคและคำศัพท์ดูเป็นคนดีทีเดียว
ใครก็ตามที่ต้องการสอบภาษาอังกฤษนี่คือการเขียนที่ดี🙂

  1. เรียนรู้การใช้สำนวน
    วิธีการใช้คำศัพท์ค่อนข้างละเอียด
    สำนวนเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ขอพูดสักครู่ถ้าคุณใช้มันจะทำให้เป็นลำโพงที่ดีขึ้นมาก

เมื่อฉันฝึกใช้สำนวนในการใช้ฉันเน้นที่การใช้เป็นหลักก่อน ซึ่งหนังสือเล่มนี้มีคำสำคัญมากมาย

ลองเรียงคำให้เป็นคำง่ายๆหรือเรียงตามความหมายก่อนเช่น
ขับรถขึ้น
ถูคนในทางที่ผิด
สำรองคน
ทั้งหมดนี้หมายถึงการโกรธ

พยายามจัดเรียงคำให้เป็นหมวดหมู่เพื่อช่วยให้จำได้ดีขึ้น
รายละเอียดมีความลึกมากขึ้น ต้องติดตามกันต่อไป🙂

  1. เลิกดูพจนานุกรมไทย
    การใช้คำที่ดีต้องใช้ความหมายและบริบทที่ถูกต้อง
    การใช้พจนานุกรมแปลไทยจะให้ความหมายแคบ ๆ บางครั้งอ่านแล้วใช้ผิด
    ขอแนะนำให้ใช้พจนานุกรม แปลภาษาอังกฤษแทน จะเข้าใจความหมายง่ายขึ้นเยอะ
  2. ท่องศัพท์จากความรู้สึก
    นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจยากเช่นกัน แต่ถ้าคุณเข้าใจก็จะเรียนภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นมาก
    เพราะภาษาเกิดมาเพื่อแทนความหมายของความรู้สึก
    หากเราจำความรู้สึกของการใช้คำสิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงความหมายของคำกับบริบทได้ดี
    ตัวอย่างเช่น
    1 คนพาลให้ความรู้สึกของการกลั่นแกล้ง Taran ที่ทำให้เหยื่อเจ็บปวด
    เรามักพบเห็นในบริบทของการกลั่นแกล้งทางสังคมการกลั่นแกล้งวัยรุ่น ฯลฯ
    การเล่น 2 ครั้งหมายถึงการเล่นตลก แต่อารมณ์ล้อเล่นไม่ซีเรียสทำเพื่อความสนุก คนที่ขุ่นเคืองรู้สึกตลกด้วย
    หลังจากที่ฉันรู้วิธีที่คุณโกหกฉันแทบไม่เชื่อว่าคุณเล่นตลกกับฉันโดยไม่มีเหตุผล
  3. สกรูหมายถึงการเล่นตลก แสร้งทำเป็นประหม่าและรำคาญ (เป็นมิตรกับภาษา)
    ในงานปาร์ตี้มีคนปล่อยเธอเข้ามาทันใดนั้นฉันก็เมา ฉันไม่สามารถสบายใจได้

(ป.ล. ในบริบทนี้คำเป็นตัวอย่างของความหมายเพียงคำเดียว)

Prayer is one of the big things in using the English language.
Anyone who has been using the wrong word can say one thing, haha.
Can’t imagine having his mouth open for 5 minutes until foreigners have to help
Scared and confused that the audience did not understand… did not speak properly

For English learners, if you want to avoid these, there should be a good and correct way to help teach Mikumi, a long time consuming… I can’t remember the depression for a long time, I have to come back and find it again.

So I don’t know the method that I use. Let’s share with you. But I will definitely accept it very well.

บทความต่อไป

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

เฟสหวย

เรื่องถัดไป

รีโนเวทบ้าน

เมนู