ฝาก - ถอน

mrt

mrt

mrt

mrt หลายคนอาจ สงสัยว่า “รถไฟ” กับ “รถไฟฟ้า” ต่างกันอย่างไร นำมาสู่ คำถามถึงความแตกต่าง ระหว่างรถไฟฟ้า กับรถไฟฟ้า และความแตกต่าง ของรถไฟฟ้าที่วิ่งในประเทศไทย และกรุงเทพฯ ในเมืองฟ้าอมร บ้านเรา

“ รถไฟฟ้า” เป็นเพียงรถไฟฟ้า ธรรมดา

ความจริงรถไฟฟ้า ก็คือรถไฟธรรมดา ข้อแตกต่าง เพียงอย่างเดียว คือไม่มี Prime Mover เหมือน กับรถจักรไอน้ำ หรือเครื่องยนต์ดีเซล ที่ติดตั้งบนรถ เหมือนรถไฟทั่วไป รถไฟฟ้า ขับเคลื่อนโดยโรงไฟฟ้า ที่อยู่ห่างไกล

และอาจใช้พลังงานรูปแบบ อื่นในการผลิตกระแสไฟฟ้า เช่นพลังน้ำก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินชีวภาพ และพลังงานชีวมวล เป็นต้นซึ่ง เป็นข้อได้เปรียบ ในการเลือกใช้แหล่งพลังงานต้นทาง ที่หลากหลาย ซึ่งสามารถนำ มาใช้เพื่อการขนส่ง ที่มีประสิทธิภาพ

รถไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยโรงไฟฟ้า ดังนั้นในการเดิน รถไฟฟ้า จำเป็นต้องสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย (Sub-Station) เพื่อลดแรงดันจากนั้น จะส่งไปยัง ระบบให้อาหาร ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถไฟ

มีระบบไฟฟ้าสอง ระบบในการขับเคลื่อนรถไฟ: กระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC) ระบบรางที่สาม และระบบสายไฟเหนือ ศีรษะ ระบบราง ที่สามมีข้อดี ในแง่ ของเอฟเฟกต์ภาพและพาโนรามา

mrt

เนื่องจากไม่มีโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าเกะกะ อยู่เหนือรางรถไฟ แต่มีข้อ จำกัด ด้านความปลอดภัยระบบนี้มักใช้ ในระบบขนส่งมวลชนใต้ดิน หรือในเมือง ที่ผู้คน และสัตว์เลี้ยงไม่เดินบนรางรถไฟ และอาจได้รับอันตราย จากไฟฟ้า

ตรงกันข้าม กับระบบรางรถไฟ กล่าวอีกนัย หนึ่งโครงสร้างสายส่ง อยู่เหนือรางรถไฟ จึงมักใช้ กับรถไฟทางไกล และรถไฟความเร็วสูง ที่ต้องติดตั้งรางแรงดันสูง ไม่สามารถใช้ ระบบรางที่สามได้

ประวัติศาสตร์รถไฟฟ้า ในประเทศไทย

ประเทศไทยเคย มีรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 คือสายปากน้ำ แต่ได้ยกเลิก การเดินเครื่อง ไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2503 หลังจากนั้น การรถไฟแห่ง ประเทศไทยได้ศึกษารถไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในปี 2517 ซึ่งเป็นช่วง ที่เกิดวิกฤตน้ำมัน

รัฐบาลฝรั่งเศส ส่งหน่วยงานที่ปรึกษา SOFRERAIL เพื่อศึกษา การดำเนินงาน ของรถไฟฟ้าในเส้นทางภาคเหนือ ครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2522-2523 โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมัน

และต่อมาได้รับการสนับสนุน จากรัฐบาลญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2543 ในปี พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2537 เป็นปี พ.ศ. 2537 รัฐบาลญี่ปุ่น แนะนำ ประเทศไทย ให้เพิ่มบทบาทในการขนส่ง ผู้โดยสาร ในเขตเมือง ด้วยรถไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การขนส่ง

และในปี 2542 ได้มีการก่อตั้ง ระบบขนส่งมวลชน แห่งแรกโดยรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน ได้เปิดให้บริการในปี 2547 ซึ่งทั้งสอง ระบบนี้ เป็นระบบปฏิบัติการ เป็นกระแสตรงโดยใช้แรงดันไฟฟ้า 750 V

มันถูกป้อนจากรางที่สาม หลังจากนั้นในปี 2553 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ถือกำเนิดขึ้น โดยใช้แรงดัน ไฟฟ้ากระแสสลับ 25,000 โวลต์ เพื่อป้อน กระแสไฟฟ้า ด้วยระบบส่งกำลังแบบโอเวอร์เรล

ประเภทรถไฟฟ้าในประเทศไทย

โดยทั่วไปประเภทของรถไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  1. รถไฟความเร็วสูงความเร็ว 250 กม. / ชม. ขึ้นไป
  2. รถไฟทางไกล มีความเร็วตั้งแต่ 80-160 กม. / ชม. โดยมีจำนวนสถานี มากกว่าเมื่อเทียบ กับรถไฟความเร็วสูง มีหน้าที่เชื่อมโยง ผู้คนระหว่างภูมิภาค กับจังหวัดใหญ่
  3. รถไฟชานเมือง หรือท้องถิ่นมีความเร็ว ตั้งแต่ 80-160 กม. / ชม. มีหน้าที่ เชื่อมต่อคนชานเมือง กับเมืองใหญ่ แต่ละสถานี มีระยะทาง 3-5 กม. เวลาให้บริการ 10-60 นาที / ขบวนเช่น Airport Rail Link หรือ Red Line หลายคนจึงสงสัย ว่าทำไมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ถึงรอนาน เพราะเป็นรถไฟชานเมือง

และ 4. รถไฟในเมืองมีความเร็วสูงสุด 80 กม. / ชม. และมีหน้าที่กระจาย คนเข้าเมืองชั้นใน ระหว่างที่พักอาศัย และสำนักงานธุรกิจแต่ ละสถานีในระยะ 1-2 กม. ต่อสถานี รอบการให้บริการ 1-5 นาที / ขบวนเช่น BTS, MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์

รถไฟฟ้า

MRT

ความแตกต่างของรถไฟฟ้าในประเทศไทย

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า ในประเทศไทยมีรถไฟฟ้า 2 ประเภทที่แบ่ง ออกเป็นรถไฟฟ้าชาน เมือง ได้แก่ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ หรือรถไฟฟ้าสาย สีแดง และรถไฟฟ้าในเมือง: BTS และ MRT

สายสีน้ำเงินและสีม่วงโดยรถไฟทั้ง 2 ประเภทนี้มีความแตกต่าง กันทั้งในแง่ของ ระบบความเร็ว และการบริการ มาดูกันว่ารถไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร

หลังจากทราบ ข้อมูล ทั้งหมดอาจ เพียงพอ ที่จะแก้ไข ข้อกังวล บางประการ เกี่ยวกับความแตกต่าง ของรถไฟฟ้า ที่ให้บริการในบ้านเรา บางคนอาจสงสัย ในความเร็วหรือการบริการ ที่อาจแตกต่างกัน นั่นเป็นผล มาจากกระบวนการ และระบบที่แตกต่างกัน ของรถไฟฟ้า และหากใครสนใจ ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยว กับบริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์

mrt
บริการจัดส่งสัมภาระและสัมภาระ

Airportel มีบริการรับฝากกระเป๋าเริ่มต้นที่ 100 บาท / ชิ้น / วันให้คุณทำธุระหรือเดินทางได้อย่างอิสระ เรามีห้องเก็บกระเป๋าและระบบกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมงและบริการจัดส่งกระเป๋า ราคาเริ่มต้น 199 บาท / ชิ้นเก็บเงินปลายทางกทม. และต่างจังหวัด มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย

จุด
เป็นวิธีที่ดี ในการจัดการเวล าของคุณ ช่วยให้คุณวางแผนธุรกิจ และการท่องเที่ยว ได้อย่าง มีประสิทธิภาพมากขึ้น
มีบริการฝากเงิน ระยะยาว ทั้งรายสัปดาห์ และรายเดือน
ใช้งานง่ายผ่านการจองออนไลน์ และรูปแบบอื่น ๆ
รับประกัน 100% ว่ากระเป๋าเดินทาง ของคุณจะถึง ที่หมายอย่างปลอดภัย
ประกันค่าเสียหายสูงสุด 100,000 บาท
สามารถตรวจสอบสถานะ หรือสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมงทาง Facebook, Line, หรือ WeChat พร้อมทั้ง อัพเดทสถานะทาง E-mail
บริการจัดส่งสัมภาระ ระหว่างสนามบิน ห้างสรรพสินค้า และโรงแรมคอนโดมิเนียม หรือเกสต์เฮาส์ ในพื้น ที่กรุงเทพฯพัทยา และภูเก็ต

บทความต่อไป

Recent Posts

ฝาก - ถอน
เมนู