ฝาก - ถอน

kpi คือ

kpi คือ

kpi คือ ทำความรู้จัก สำคัญอย่างไรกับองค์กร

kpi คือ ทำความรู้จัก K P I กัน !

มาทำความรู้จัก KPI กันดีกว่าว่าคืออะไร? และมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ? ต้องบอกเลยว่า KPI เป็นหนึ่งในคำย่อที่คนทำงานมักจะได้ยินกัน เนื่องจากทุกองค์กรต้องมีการประเมินผลการประเมินได้กลายเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่แต่ละองค์กรใช้ในการวัดความสำเร็จ และหนึ่งในกระบวนการที่เป็นมาตรฐานและเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือการใช้ KPI หรือตัวชี้วัดความสำเร็จ เป็นเครื่องมือในการประเมินและวัดผล

KPI เป็นคำย่อของ Key Performance Indicator ซึ่งหมายถึง “ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จของงาน” คือการวัดมูลค่าที่สามารถประเมินเป็นตัวเลขและปริมาณได้อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นว่าองค์กร หรือพนักงานมีความสามารถเพียงใดหรือบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่ ?

คืออะไร ? Key Performance Indicator สำคัญอย่างไรกับองค์กร ?

kpi คือ

วันนี้มาดู K-P-I ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ในการทำงานจริง ๆ มัน คือ อะไร ? มีความสำคัญอย่างไรและมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร ? มาทำความรู้จักกับบทความนี้ให้มากขึ้น

K – P – I คือ อะไร ?

kpi คือ

K P I ย่อมาจาก ” K e y Performance Indicator”

  • K = Key: หัวใจหลักเป้าหมายหลักกุญแจแห่งความสำเร็จ
  • P = Performance: ประสิทธิภาพผลผลิตความสามารถในการทำงาน
  • I = Indicator: ตัวบ่งชี้ตัวบ่งชี้

ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลักรวมกันหมายถึง “ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ หรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน” โดยการเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับมาตรฐาน หรือเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ ซึ่งนอกเหนือจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานแล้วยังเป็น วิธีการที่องค์กรใช้ในการวัด และประเมินความก้าวหน้าในการบรรลุวิสัยทัศน์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรด้วย

ประเภทของ K – P – I

  1. การวัดโดยตรง

KPI ประเภทนี้จะแสดงโดยตรงอย่างชัดเจน ไม่มีการตีความใด ๆ ตัวเลขบ่งบอกถึงมูลค่าที่แท้จริง และมีหลักฐานยืนยันได้มาตราส่วนการวัดจะอยู่ในระดับ Ratio Scale เช่นน้ำหนักส่วนสูงจำนวนสินค้าเป็นต้น

  1. การวัดทางอ้อม

KPI ประเภทนี้จะไม่แสดงโดยตรง ต้องวัดผลผ่านกระบวนการทางสมอง เพิ่มเติม เช่นการวัดทัศนคติความรู้บุคลิกภาพ เป็นต้นนอกจากนี้ยังเป็นการประเมินที่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคลด้วย มาตราส่วนการวัดอยู่ในระดับ Interval Scale หรือช่วงการวัดที่ประเมินตามความเห็นส่วนตัวชั่งน้ำหนักในการให้คะแนนตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน

K P I วัดได้หลายมุมมอง

kpi คือ
  1. K P I เชิงบวก

ตัวบ่งชี้ความสำเร็จในเชิงบวกสิ่งนี้จะกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลลัพธ์เชิงบวกที่เกี่ยวข้อง กับธุรกิจเช่นยอดขายผลกำไรความพึงพอใจของลูกค้ากำลังการผลิตเป็นต้น

  1. K P I เชิงลบ

ตัวบ่งชี้ความสำเร็จเชิงลบเป็นการกำหนดเกณฑ์ สำหรับการประเมินโดยใช้ข้อบกพร่องปัญหาจุดอ่อน หรือเกณฑ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อเป็นบรรทัดฐานเช่นเปอร์เซ็นต์ของผลผลิตที่ไม่ถูกต้องเกณฑ์ในการลดอัตราการสูญเสียให้น้อยที่สุด เกณฑ์ในการลดความไม่พอใจของลูกค้าลดเป้าหมายการกู้ยืมเป็นต้น

ต้องทำอย่างไร K P I ถึงจะได้ผลดี ?

เพื่อให้ K-P-I มีประสิทธิภาพตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพต้องเหมาะสม และโน้มน้าวให้ทุกคน เชื่อมั่นหลักการสำคัญที่มักใช้ คือ SMART K P I ความหมายที่มีอยู่ในแต่ละคำว่า SMART คือ

S – เฉพาะ :
M – วัดได้ : วัดผลได้จริงจับต้องได้
A – บรรลุได้ / ทำได้ : สมเหตุสมผลสามารถเป็นจริงได้
R – เกี่ยวข้อง : ไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมาย
T – Timely : มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

วิธีการกำหนดตัวชี้วัดหลักใน K P I

K P I ทำงานได้ดีหรือไม่ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดเมตริกหลักที่มีความสำคัญต่อการประเมินประสิทธิภาพ เนื่องจากเมตริกนั้นเป็นเกณฑ์ และมาตรฐานของการประเมินผลเอง ตัวชี้วัดต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ และเหมาะสมในขณะเดียวกันก็ต้องดูความเป็นไปได้ในการบรรลุความสำเร็จที่เหมาะสมกับธุรกิจนโยบายขององค์กรและขนาดองค์กรด้วย

  1. กำหนดตัวชี้วัดหลักในระดับองค์กร ( ตัวชี้วัดขององค์กร )

การกำหนดเป้าหมายขององค์กร และนโยบายหลักเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่แต่ละองค์กรต้องทำ เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกฝ่าย และทุกคนในองค์กรดำเนินการ ตัวชี้วัดขององค์กรบอกได้ว่าองค์กรประสบความสำเร็จเพียงใด

  1. กำหนดตัวชี้วัดหลักระดับหน่วยงาน (Department indicator)

หลังจากมีตัวชี้วัดหลักขององค์กรแล้วต้องลงมากำหนดตัวชี้วัดในระดับหน่วยงานย่อยลงมา และต้องปฏิบัติตามตัวชี้วัดหลัก หรือย่าขององค์กรในระดับหน่วยงานนี้แต่ละหน่วยงานอาจมีตัวชี้วัดหลักที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแผนก และเป้าหมายขององค์กรนั้น ๆ และตัวชี้วัดระดับองค์กรนี้จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรได้ และจะต้องเป็นเมตริกที่เป็นพื้นฐาน สำหรับตัวชี้วัดในระดับของแผนกย่อยแผนกกลุ่ม หรือรายบุคคล

  1. กำหนดตัวชี้วัดในระดับบุคคล ( ตัวชี้ วัดฝ่าย )

ตัวบ่งชี้ระดับบุคคล แม้ว่าหน่วยย่อยส่วนใหญ่ จะมีความสำคัญมากที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากคนเป็นฟันเฟือง หลักในการขับเคลื่อนองค์กรโดยรวม นอกเหนือจากการวัดผลงานของแต่ละคน. ประสิทธิภาพที่ดียังส่งผลให้ K P I ขององค์กรดีขึ้นด้วย ในขณะเดียวกัน ตัวบ่งชี้ส่วนบุคคลนี้ยังมีประโยชน์ในการกำหนดอัตราเงินเดือน และโบนัสประจำปี ควรกำหนดเมตริกส่วนบุคคลนี้ให้สอดคล้องกับ JD (Job Description) ของแต่ละบุคคลด้วย เพื่อให้เกณฑ์การวัดที่เหมาะสมและดีที่สุด

  1. ตั้งค่าตัวบ่งชี้รอง

นอกจากตัวชี้วัดหลักซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของงานโดยตรงแล้วเราควรมีตัวชี้วัดรองเพื่อรองรับด้วย ตัวบ่งชี้ทุติยภูมิเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพ แต่ก็เป็นอีกตัวบ่งชี้ที่อาจเป็นส่วนเติมเต็มในการพิจารณา สำหรับหน่วยงานที่มีตัวชี้วัดหลักชัดเจนค่าจะถูกประเมินเป็นตัวเลขเพื่อวัดผลเช่นยอดขายกำไรปริมาณการผลิตเป็นต้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้ตัวบ่งชี้รอง

หรือเป็นปัจจัยใน การพิจารณารายละเอียด เพิ่มเติม แต่สำหรับองค์กรที่อาจไม่มีดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน ตัวบ่งชี้รองอาจมีบทบาท เช่น หน่วยงานบริการ หน่วยงานสนับสนุนหน่วยงานบริหาร ฯลฯ โดยตัวบ่งชี้ทุติยภูมิอาจถูกกำหนดในเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมกับงาน เช่น การประเมินความพึงพอใจของลูกค้าในการบริการ

ประโยชน์ของ K-P-I

  1. ประเมิน และวัดผลงานของแต่ละตำแหน่ง ว่าสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ หรือควรปรับปรุง ?
  2. บ่งชี้ความสำเร็จขององค์กรว่าสามารถบรรลุเป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้หรือไม่
  3. ใช้การประเมินผลที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณา เพิ่มอัตราการจ้างงาน หรือโบนัสประจำปี
  4. วัดผลเพื่อตรวจ หาข้อบกพร่องและแก้ไข
  5. สามารถนำผลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนงาน และแผนการลงทุน จนกว่าจะประเมินงบประมาณสำหรับปีหน้า
  6. ใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนด K-P-I ในปี ถัดไป

บทความต่อไป

Recent Posts

ฝาก - ถอน
เมนู