delivery

delivery

delivery ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร (Food Delivery)

delivery ธุรกิจที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ คงไม่พ้นธุรกิจส่งอาหารหรือฟู้ดเดลิเวอรี่ เพราะในปัจจุบันที่มีวิกฤตโควิด-19 ทำให้หลายคนทำงานที่บ้าน (Work From Home) เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อขณะที่เดินทางไปทำงานที่สถานทำงานที่ต่างๆ รวมถึงการกักตัวอยู่ที่บ้าน จำเป็นต้องมีการสั่งอาหาร ดังนั้น การใช้งานแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารจึงเกิดขึ้นมากมายเช่น Grab, Food Panda, Line Man, Get เป็นต้น และได้รับความนิยมสูงมาก และร้านค้าหรือร้านอาหารหลายร้านเริ่มหันมาจัดส่งถึงบ้านมากขึ้น

การเติบโตของธุรกิจ

แน่นอนว่าความนิยมของแอพสั่งอาหารเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ธุรกิจตัวกลาง เช่นแพลตฟอร์มได้รับเปอร์เซ็นต์ (%) ของร้านอาหารและพวกเขาเก็บค่าธรรมเนียมการบริการลูกค้า อาจเรียกเก็บตามระยะทางหรือจัดส่งให้ฟรี หลายคนคิดว่าธุรกิจนี้ทำกำไรได้มาก อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์การเติบโตของธุรกิจนี้ว่าผู้เล่นในตลาดส่งอาหารเกือบ ทั้งหมดขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ที่ไม่ได้กำไรอย่างที่คิดคือเพราะอะไร ?

Food Delivery คือโมเดลธุรกิจแบบ Start-up

สาเหตุหลักของโมเดลธุรกิจแบบ Startup คือต้องทำให้ตลาดเกิดขึ้นก่อน เป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค หมายความว่าต้องลงทุนด้วยการแบกต้นทุนไปก่อน ทำให้อาจเกิดการขาดทุนในช่วงแรกก่อน ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่อย่าง Grab ที่มีรายงานผลประกอบการที่ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะการส่งอาหารแต่ละครั้ง จึงมีต้นทุนที่แท้จริงแฝงอยู่ในทุกครั้งที่ส่งอาหาร

ลูกค้าสั่งอาหารในราคา 100 บาทบนแอปทางไกลอย่าง Grab จะได้รับส่วนแบ่งจากร้านค้าด้วยอัตราสูงสุด 30 บาทซึ่งหากส่งใน 5 เดือนจะคิดค่าส่งประมาณ 20 บาทจากผู้ใช้. Grab จะมีรายได้จากการสั่งซื้อครั้งนี้ 50 บาท

แต่นั่นไม่ใช่กำไรที่แท้จริงจากการสั่งซื้อครั้งหนึ่ง 50 บาท แต่ยังไม่ได้คิดรายได้นั้นเอเจนซี่ให้คนขับรถไปจับส่งอาหารเที่ยวละ 55 บาทและค่าส่งเสริมการขาย จำนวนเงินที่ให้ลูกค้าประมาณ 10 บาทต่อออเดอร์รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าโฆษณาช่องทางการชำระเงินโดยประมาณ 6 บาทต่อออร์เดอร์

พบแล้วคุ้มทุนราคาต่อออเดอร์ประมาณ 71 บาทเมื่อหักลบรายได้จากออเดอร์ข้างบนมี 50 บาทสั่งติด -21 หรือ เทรด 21 บาทต่อออเดอร์ มื้อเดียว
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น คือระเบียบการสั่งอาหารที่เหมาะสมซึ่งจะเห็นได้ว่าแผนกธุรกิจจัดส่งอาหารไม่ใช่รายย่อย และในกลุ่มที่กำลังเติบโตตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นเช่นกัน ยังไม่มีคู่จิ้นที่กำลังมาแรงมากกว่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลา

“ฟู้ด ดีลิเวอรี” โอกาสหรือทำลายธุรกิจร้านอาหาร

ในปีที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในธุรกิจที่คึกคักและมีสีสันที่สุดเท่าที่เคยมีมา หนีไม่พ้นธุรกิจส่งอาหาร Food Deใlivery)จากแอพพลิเคชั่นชื่อดังมากมาย คาดว่าธุรกิจนี้มีมูลค่าสูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอยากชิมอาหารจากร้านดัง แต่ไม่อยากออกจากบ้านหรือกลุ่มคนทำงานที่ต้องการปาร์ตี้ที่ออฟฟิศ

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ Cloud Kitchen ได้เปิดเป็นครัวกลางที่รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้ในที่เดียวเพื่อช่วยลดข้อ จำกัด ด้านสถานที่ตั้งของร้านอาหารในพื้นที่ต่างๆหรือเปิดครัวกลางโดยไม่มีหน้าร้าน สำหรับการจัดส่งอาหารเท่านั้นหรือเปิดให้จัดส่งภายในระยะรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตรรวมทั้งให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้บริโภคมากขึ้นเช่นค่าขนส่งและโปรโมชั่น

โดยปกติแล้วหากคุณดูภาพทั่วไปบริการส่งอาหาร หรือบริการจัดส่งอาหารนั้นง่ายมาก ส่งอาหารทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นอาหารสดฟาสต์ฟู้ดอาหารสำเร็จรูปอาหารทะเลอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ Lunch box ที่ลงทุนแค่เครื่องมืออุปกรณ์ และใช้มอเตอร์ไซต์ในการส่งอาหาร

เพิ่ม
เรียนรู้เพิ่มเติม→
แต่เมื่อดูในเชิงลึกแล้วมีการลงทุนมหาศาล Big Data ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และจับแนวโน้มของตลาด เป็นธุรกิจที่ผู้ให้บริการยอมขาดทุนเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในอนาคต

ถือเป็นอีกหนึ่งกระแสธุรกิจในยุค Digital Disruption เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารในประเทศไทย เป็นบริการ Online to Offline (O2O)

ในช่วงปีที่ผ่านมาปัญหาเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจ ร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเต็ม ๆ แต่มีร้านค้าจำนวนมากที่เร่งการเติบโตของธุรกิจซึ่งเห็นได้ชัดว่านอกเหนือจากการปรับปรุงประสิทธิภาพแล้วการเข้าซื้อกิจการยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่องค์กรขนาดใหญ่ใช้เป็นตัวเลือก

นอกจากนี้ยังจับมือให้บริการ“ Food Delivery” ซึ่งส่งผลให้มีผลงานดีขึ้นตามลำดับ รวมถึงการจัดการหน้าร้านทั้งหมดและความรวดเร็วในการปรุงเพื่อให้ลูกค้าส่งของ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปี 2563 ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยจะมีมูลค่ารวม 4.37-4.41 พันล้านบาทขยายตัว 1.4-2.4 เปอร์เซ็นต์จากปี 2562

ในปี 2563 ทิศทางของธุรกิจร้านอาหารจะดำเนินต่อไปอย่างไร? ผู้ประกอบการต้องเร่งทำอย่างไรเพื่อให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ทีมเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่โดดเด่นเพื่อนำเสนอสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด

delivery

ผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังที่มี Bar-B-Q Plaza, Jum Zabb Hut, Jeanna, Space Q และ Red Sun

“ ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจร้านอาหารมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเนื่องจาก“ Food Deli very” อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ต้องการบริโภคได้จากทุกที่ แนวทางที่ชอบของ“ Food Passion” เห็นว่าธุรกิจดังกล่าวได้รับความนิยมมากมีอัตราการเติบโต 35%”

ในช่วงแรก“ Food Passion” เห็นว่าจะส่งผลกระทบหรือขัดขวางธุรกิจร้านอาหาร แต่เมื่อมองจริงในระยะต่อไปกลับกลายเป็นช่องทางเพิ่มเติมที่มีประโยชน์สำหรับธุรกิจร้านอาหาร มีโอกาสเพิ่มลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในมุมมองของเราคือโอกาสไม่มองว่า disrupt

ตัวอย่างเช่นแบรนด์ร้านอาหาร Bar BQ Plaza แต่เดิมมีฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนฉลองหรือเพลิดเพลินกับประสบการณ์ปิ้งย่าง แต่ลูกค้าที่ใช้บริการ “Food Deli very” คือลูกค้าที่ไม่ชอบฝ่าการจราจรหรือติดฝน มีเวลาเพียงเล็กน้อยเรากลับไปหาลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ทางบาร์บีคิวพลาซ่าซึ่งปกติขายอาหารปิ้งย่างต้องออกเมนูอาหารจานเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการในแง่ธุรกิจถือเป็นโอกาส 2 เด้ง

“ หลังจากที่เราได้เข้าร่วม“ Food Deli very” ในรูปแบบซอฟต์บอลเมื่อเดือน พ.ย. 62 ที่ผ่านมากับ GrabFood ปรากฏว่ายอดสั่งซื้อพุ่งขึ้น 35% เมื่อเทียบกับการใช้บริการภายในร้านซึ่งถือเป็นการเติมเต็มยอดขายของ บริษัท เป็นโอกาสที่ บริษัท จะดูแบนราบหากเรามองว่าเป็นการ Disrupt สิ่งต่างๆก็ต้องลดลง แต่มองไปที่โอกาสที่จะเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องปรับตัว” นางสาวชาตยากล่าว

บริการผ่าน “Food Deli.very” สะดวกรวดเร็ว แน่นอนว่าในอนาคตเราจำเป็นต้องขยายสถานที่ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงลูกค้า เนื่องจากส่วนขยายใกล้ผู้บริโภคจะทำให้ค่าขนส่งถูกลง ซึ่งปัจจุบันการส่งอาหารให้กับลูกค้ายังคงอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ นอกจากนี้ยังทำให้ค่าขนส่งมีราคาแพง

delivery

“ เราเป็นพันธมิตรพิเศษกับ GrabFood แต่ในอนาคตเราต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรืออาหารที่จะจัดส่งผ่านบริการ “Food Delivery” และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจจะไปได้ดีในอนาคตและทั้งช่วยรณรงค์รักษ์โลก การลดปริมาณขยะถือเป็นนโยบายสำคัญของ บริษัท “

โมเดลธุรกิจของ“ Cloud Kitchen” มีความน่าสนใจน่าศึกษาและเป็นไปได้ในอนาคตเพราะ“ Food Passion” มีแบรนด์ร้านอาหารมากมาย หากเป็นเช่นนั้นก็จะทำในส่วนแบรนด์ของเรา การให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ที่หลากหลายของเรามองเป็นโอกาส

ทิศทางในปีนี้มองว่าจะมีโอกาสเติบโตมากขึ้นยิ่งการแข่งขันในธุรกิจ “เดลิเวอรี่” ที่ดุเดือด ผู้ให้บริการแต่ละรายจะได้พบกับคุณสมบัติใหม่ ๆ เพื่อนำเสนอต่อผู้บริโภคซึ่งแน่นอนว่าต้องนำเสนอประโยชน์ต่อผู้บริโภค

เรามาดูจุดนี้เพื่อเตรียมขยายฮับ การจัดส่งบาร์บีคิวพลาซ่าเพิ่มขึ้นจาก 21 คะแนนเป็น 50 คะแนนโดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นด้วยต้นทุนการจัดส่งที่ลดลง รวมถึงเตรียมเมนูใหม่สำหรับธุรกิจ“ Food Delivery” โดยเฉพาะ 50 เมนูใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย. และการหาแพ็คเกจและอุปกรณ์ใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจนี้ไม่สร้างปัญหาขยะเพิ่มลดการใช้งานครั้งเดียว และมอบประสบการณ์เหมือนร้านอาหาร

เมื่อพิจารณาถึงภาพรวมเศรษฐกิจปี 2563“ Food Passion” มองว่าเศรษฐกิจของไทยยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัวเนื่องจากหลายสำนักมองเกี่ยวกับภาวะการส่งออกและการท่องเที่ยว การลงทุนและการใช้จ่ายชะลอตัว ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา

“ ธุรกิจของเราเองที่ขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของผู้บริโภคจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เราว่าผู้บริโภคยังต้องกิน แต่พฤติกรรมการบริโภคอาจเปลี่ยนไป ช่องทางดิจิทัลสำหรับทั้งอีคอมเมิร์ซ M Commerce จะมีส่วนสำคัญเนื่องจากความนิยมในการสั่งอาหารผ่าน“ Food Delivery” เราต้องติดตามให้ดีและมองว่ามันเป็นโอกาส

ไพศาล อาวสถาพร
รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ภายใต้กลุ่มไทยเบฟ

delivery

“ ธุรกิจส่งอาหารเป็นธุรกิจที่มาแรง ตามข้อมูลในปีที่ผ่านมาธุรกิจนี้มีมูลค่าสูงสุด 33,000-35,000 ล้านบาทเป็นเพียงแอปพลิเคชันสำหรับสั่งอาหารเท่านั้นซึ่งในอดีตมาจากร้านอาหารเล็ก ๆ มีหน้าร้านไม่มากที่เรียกว่า Ghost Stores “

นี่เป็นเรื่องใหญ่มากในธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย แต่จริงๆแล้ว“ Food Delivery” ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แค่ บริษัท ไหนพร้อมกว่า บริษัท ไหนยังไม่เตรียมก็ถือว่าสายเกินไปของ“ โออิชิ” เป็นมาระยะหนึ่งแล้ว

ในปีที่ผ่านมาคิดว่าธุรกิจส่งอาหารเติบโตราว 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่โดยรวมแล้วมีสัดส่วนประมาณ 8% ของมูลค่ารวมของธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย สำหรับโออิชิหากเป็น “บริการส่งอาหาร” ในแง่ของรายได้ก็ยังมีสัดส่วนเพียง 2.3% เท่านั้น และเติบโตขึ้นอย่างมากจากแพลตฟอร์มของโออิชิผ่านบริการ 1773 และ www.oishidelivery.com อีก 0.2% มาจากเครื่องทำอาหารเพียงเล็กน้อยและเริ่มเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาโดยจับมือกับ GrabFood ตามด้วยไลน์แมนในเดือน ต.ค. และ Foodpanda ในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา

บทความต่อไป

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

download video facebook

เรื่องถัดไป

333be

เมนู