ฝาก - ถอน

เวเนซุเอลา

เวเนซุเอลา

เวเนซุเอลา

เวเนซุเอลา เศรษฐกิจตกต่ำเงินไร้ค่าผู้คนอดอยากไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้า การเมืองแตกแยก! ทั้งหมดนี้คือฝันร้ายที่เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากประเทศที่เคยร่ำรวยด้วยน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติอะไรที่ทำให้เวเนซุเอลากลับมามีปัญหารอบด้านเช่นนี้
วิกฤตเวเนซุเอลาเริ่มต้นที่ไหน?
ย้อนกลับไปในอดีตเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่ร่ำรวยมาก มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลกโดยคิดเป็นกว่า 20% ของน้ำมันดิบของโลก นั่นทำให้รายได้ประมาณ 90% ของเวเนซุเอลามาจากการส่งออกน้ำมันดิบ

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 รัฐบาลของประธานาธิบดีคาร์ลอสอันเดรสเปเรซได้นำนโยบายที่เรียกว่าจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศโดยการจัดตั้ง “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ” ขึ้นเพื่อควบคุมรัฐบาล ธุรกิจพลังงานทั้งหมดในประเทศแทนที่จะเป็น บริษัท เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญผลที่ได้ทำให้รัฐบาลเวเนซุเอลาร่ำรวยมหาศาลจากการขายน้ำมัน แต่ทรัพยากรมากมายนี้กลับใช้ไม่ได้ผล

เวเนซุเอลา

วิกฤตเวเนซุเอลา
ก่อนที่ในปี 2542 ฮูโกชาเวซได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งเขามีแนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการจึงนำเงินจำนวนมากไปทำโครงการประชานิยมแบบสุดโต่ง เพื่อเอาใจประชาชนด้วยความหวังว่าจะได้รับคะแนนเสียงเช่น
ดำเนินการราคาสินค้า
โดยควบคุมและกำหนดราคาสินค้าให้ถูกกว่าความเป็นจริงมากจนภาคธุรกิจขาดทุนและไม่สามารถต้องปิดกิจการไม่มีใครผลิตสินค้า ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องผลิตสินค้าขายเอง หรือหากสินค้าใดขาดตลาดรัฐบาลจะใช้วิธีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาทดแทน
สร้างบ้านราคาถูกกว่าท้องตลาด
ทำลายกลไกราคาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศด้วยการสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชนมากกว่า 2 ล้านหลังเอกชนไม่สามารถแข่งขันได้
อุดหนุนราคาพลังงาน
ราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าถูกเหมือนฟรีส่งผลให้คนในประเทศสิ้นเปลืองพลังงาน
กระตุ้นให้คนเลิกทำนา
โดยนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด
ควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน
เพื่อป้องกันไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศจนทำให้ตลาดเงินตราเวเนซุเอลาล่มสลายการขาดเงินตราต่างประเทศนับเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง
วิกฤตเวเนซุเอลา
ภาพจาก CRISTIAN HERNANDEZ / AFP

อย่างไรก็ตามนโยบายเหล่านี้ทำให้ Hugo Chavez เป็นที่รักของคนยากจนในประเทศ เพราะสามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนยากจนในขณะนั้นอย่างทั่วถึงจริง ๆ ซึ่งแม้ว่า “ฮิวโก้ชาเวซ” จะเสียชีวิตในปี 2556 และ “นิโคลัสมาดูโร” ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่แทน แต่รัฐบาลยังไม่หยุดใช้นโยบายประชานิยม

เจอวิกฤตราคาน้ำมันตกต่ำ
แต่แล้วงานเลี้ยงก็จะต้องจบลงอย่างแน่นอนเมื่อเกิดวิกฤตราคาน้ำมันในช่วงปี 2557-2559 ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่า 30 เหรียญสหรัฐ / บาร์เรล ก่อนหน้านี้สูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ / บาร์เรล แน่นอนว่าเวเนซุเอลาซึ่งพึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลักก็ได้รับผลกระทบอย่างสิ้นเชิงจนรายได้หายไปอย่างมหาศาล

แม้จะมีสัญญาณเตือนถึงปัญหาเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้เลือกใช้นโยบายความเข้มงวด แต่ยังคงอัดฉีดเงินเพื่อประชานิยม Plus เงินจำนวนมากถูกใช้ไปกับการซื้อเครื่องบินรบและรถถังเพื่อเสริมสร้างกองทัพ จนต้องกู้เงินจากจีนและรัสเซียที่สำคัญที่สุดคือบรรษัทน้ำมันแห่งชาติต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนเพราะการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของภาครัฐ

วิกฤตเวเนซุเอลา
ภาพจาก Federico PARRA / AFP

พิมพ์เงินจำนวนมากหวังแก้ปัญหา
ในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจแก้ปัญหา ด้วยการพิมพ์เงินออกมาจำนวนมากทำให้ราคาของสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงเมื่อกลไกค่าเงินเปลี่ยนแปลงทำให้สกุลเงินเวเนซุเอลาอ่อนค่าสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงขึ้น รัฐบาลจึงยกเลิกการนำเข้าบางส่วน ส่งผลให้ขาดอาหารและยาผู้คนเริ่มอดอยาก

อย่างไรก็ตามอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รัฐบาลกำลังพิมพ์เงินแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจน Bolivar (โบลิวาร์) เหมือนเศษกระดาษ ในที่สุดอัตราเงินเฟ้อก็ทะลุ 80,000% ในปี 2018 โดยราคาในเวเนซุเอลาสูงขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นไก่สดขายได้ 14.6 ล้านโบลิวาร์หรือประมาณ 1,900 บาทเนื้อวัวราคา 9.5 ล้านโบลิวาร์หรือประมาณ 1,200 บาทข้าวสารบรรจุถุงละ 2.5 ล้านโบลิวาร์หรือ 330 บาทต่อม้วนกระดาษชำระ 2.6 ล้านโบลิวาร์หรือประมาณ 340 บาทเป็นต้นราคาที่กล่าวมานั้นแพงมาก เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของชาวเวเนซุเอลาที่ได้รับประมาณ 1.8 ล้านโบลิวาร์ต่อเดือนหรือประมาณ 240 บาท

วิกฤตเวเนซุเอลา
ได้รับความอนุเคราะห์จาก Federico PARRA / AFP กองธนบัตรสกุลเงินดั้งเดิม (ซ้าย) มีมูลค่าเท่ากับสกุลเงินใหม่หนึ่งสกุล (ขวา)

เป็นผลให้รัฐบาลต้องแปลงสกุลเงินใหม่เป็น Sovereign Bolivar โดยตัดศูนย์ 5 ออกเพื่อให้ 100,000 Bolivar เท่ากับ 1 Sovereign Bolivar และยังขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 3,000% เพื่อหวังให้ประชาชนมีเงินมากขึ้น Pay นั่นคือเหตุผลที่เวเนซุเอลาต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน และดูเหมือนสถานการณ์จะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ

วิกฤตเศรษฐกิจสู่ความขัดแย้งทางการเมือง
นอกจากปัญหาเศรษฐกิจที่ทำร้ายผู้คนในประเทศนี้มานานแล้วปัญหาทางการเมืองเองก็เลวร้ายไม่แพ้กัน ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2558 ที่พรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2542 แต่ศาลได้ลงมติให้ “นิโคลัสมาดูโร” เป็นผู้นำรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะจากจำนวน ส.ส. ที่เข้าร่วมประชุมไม่ครบจำนวนจนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงทางการเมือง

และล่าสุดในปี 2018 มีการเลือกตั้งใหม่โดยมีผู้สมัคร 2 คนคือรัฐบาลปัจจุบัน Nicolas Maduro และฝ่ายค้านนำโดย Juan Guido Duro “เป็นผู้ชนะ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสเนื่องจากมีผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ถึง 50% ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกสหรัฐฯคว่ำบาตร

วิกฤตเวเนซุเอลา
ภาพจาก Reynaldo Riobueno / Shutterstock.com

Juan Guido ถือโอกาสตั้งตัวเป็นประธานาธิบดีโดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาขณะที่ Nicolas Maduro ปฏิเสธเช่นกัน ยังคงนั่งอยู่ในสภาที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนและรัสเซียทำให้ตอนนี้เวเนซุเอลากลายเป็นประเทศที่มีประธานาธิบดีสองคนโดยทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้านทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน ความบาดหมางกำลังซ้ำเติมปัญหาของประเทศ

ความยากลำบากของชาวเวเนซุเอลาในขณะนี้
ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation)
จนถึงขณะนี้ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่มีสัญญาณว่าจะควบคุมได้และอาจเกิน 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ในปีนี้ เห็นได้จากการที่มีคนทิ้งเงินตามท้องถนนเพราะมี แต่เศษกระดาษ (อ่านข่าว – เงินโบลิวาร์ไร้ค่าเวเนซุเอลาโยนเงินทิ้งข้างถนน) ในขณะที่ราคามหาศาล ต่อต้านค่าแรงของคนในประเทศสภาพที่ชาวเวเนซุเอลาเผชิญอยู่ในขณะนี้เรียกว่าภาวะเงินเฟ้อรุนแรง
Hyperinflation คืออะไร?
ข้อมูลจาก The Guardian ให้คำจำกัดความของ Hyperinflation นั่นคืออัตราเงินเฟ้อที่รุนแรงซึ่งราคาสินค้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมากกว่า 50% ภายในหนึ่งเดือนส่งผลให้เกิดการด้อยค่าที่ไม่พึงปรารถนาเช่นสถานการณ์ในเวเนซุเอลาซึ่งมีมูลค่า 2.6 ล้านโบลิวาร์ (340 บาท) ซื้อกระดาษชำระ 1 ม้วนหรือใช้เงิน 14.6 ล้านโบลิวาร์ (1,900 บาท) ซื้อไก่

อย่างไรก็ตามแม้ Hyperinflation จะเป็นภาวะที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็มีหลายประเทศที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น
– เยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี 2463
– ฮังการีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในประวัติศาสตร์ 41,900,000,000,000,000%
– รัสเซียหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
– ซิมบับเวที่พิมพ์เงินออกมามากจนไร้ค่าโดยออกธนบัตรมูลค่า 100,000,000,000,000 ดอลลาร์ซิมบับเวในปี 2551 ก่อนที่จะยกเลิกสกุลเงินของตนเอง เปลี่ยนเป็นดอลลาร์สหรัฐในปี 2552

วันนี้หลายคนอดอยาก ขาดอาหารและยาอย่างรุนแรงถึงขนาดต้องเข้าคิวเพื่อขออาหารจากรัฐบาลและบางคนถึงกับต้องถูกบังคับให้ซื้อเนื้อเน่าหรือดื่มน้ำจากท่อระบายน้ำเพื่อประทังชีวิตเนื่องจากมีเด็กทารกและผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีกหลายหมื่นคน . เนื่องจากอาหารยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลขาดแคลน

เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2019 กว่า 70% ของพื้นที่ทั้งหมดของเวเนซุเอลา เกิดเหตุขัดข้องติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์เนื่องจากโรงไฟฟ้าของเวเนซุเอลาไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกต่อไป การรบกวนระบบขนส่งสาธารณะโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดโดยปริยาย การขาดไฟฟ้ายังทำให้โรงพยาบาลอยู่ในปัญหาร้ายแรง การดูแลคนป่วยเป็นเรื่องยากมาก และมีผู้ป่วยโรคไตเสียชีวิตเนื่องจากเครื่องฟอกไตและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่ทำงาน Maduro อย่างไรก็ตามแย้งว่าไฟดับเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบของประเทศ โดยมีสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลัง ในขณะเดียวกันในหลาย ๆ เมืองก็ไม่มีน้ำสะอาด จากการปิดระบบประปาในบางเมืองรัฐบาลจะปล่อยน้ำประปาให้ใช้เดือนละครั้งเท่านั้น และแม้ว่าล่าสุดน้ำประปาในซานติอาโกจะกลับมาไหลอีกครั้งในเดือน แต่ยังปนเปื้อนน้ำมันดิบใช้บริโภคไม่ได้เลย (อ่านข่าวเวเนซุเอลาทุกข์อีก! น้ำประปามาพร้อมน้ำมันดิบดำบดกินได้ – ไม่มีจำหน่าย) ติดต่อเรา

Recent Posts

ฝาก - ถอน
เมนู