ฝาก - ถอน

เที่ยวอยุธยา

เที่ยวอยุธยา

เที่ยวอยุธยา

เที่ยวอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสถานที่ท่องเที่ยว เกี่ยวกับโบราณสถาน ที่ทรงคุณค่า ทางประวัติสาสตร์ หลากหลายที่ เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์หรือวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม วัดนิเวศธรรม และวัดพระราม เป็นต้น

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อยุธยา เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง และเป็นเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสูง เป็นอันดับสามของประเทศ และมีประวัติอันยาวนาน ที่นี่เคยมีชื่อเสียง ในฐานะแหล่งเพาะปลูกข้าว ที่สำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่ไม่มีอำเภอเมือง อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางการปกครอง ของพื้นที่ต่าง ๆ ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “กรุงเก่า” หรือ “เมืองเก่า” ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 75 กิโลเมตร

ประวัติศาสตร์

กรุงศรีอยุธยา (ค.ศ. 1666) วาดโดย บริษัท อินเดียตะวันออก ของเนเธอร์แลนด์
พระนครศรีอยุธยา เคยเป็นเมืองหลวง ของอาณาจักรอยุธยา หรือ ราชอาณาจักรสยาม ตลอดระยะเวลา 417 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2436 จนถึง เมืองพม่า ใน พ.ศ. 2310 เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งราชธานีแห่งใหม่ ในกรุงธนบุรี อยุธยาไม่ได้กลายเป็นเมืองร้าง ยังมีคนที่รักบ้านเดียวกัน และคนที่หนีอยู่ในป่า กลับมาอาศัยอยู่รอบ ๆ เมือง รวมกันเป็นเมือง จนรัฐบาลได้รับการยกฐานะ ขึ้นเป็นหนึ่งในสี่เรียกว่า “เมืองเก่า”

เมื่อปี พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ยกเมืองหลวงเก่าเป็นหัวเมือง จังหวัดเหมือนในสมัยกรุงธนบุรี หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิญาณว่า จะปฏิรูปการปกครองทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยการปกครองส่วนภูมิภาค ได้โปรดให้เลิกการปกครอง ด้วยการรวมเมืองใกล้เคียง 3-4 เมือง เป็นมณฑล โดยมีเจ้าเมืองเป็นเจ้าเมือง ในปี พ.ศ. 2438 โปรดให้จัดตั้งมณฑลเมืองเก่าขึ้น ประกอบด้วยเมืองต่างๆ เช่นเมืองเก่า หรืออยุธยา อ่างทอง สระบุรี พระพุทธบาท ลพบุรี พรหมบุรีอินทร์บุรี และสิงห์บุรี

ต่อมา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมอินทร์บุรี และพรหมบุรีกับสิงห์บุ รีรวมเมืองพระพุทธบาท เข้ากับสระบุรี จัดตั้งสำนักงานจังหวัดที่อยุธยา และในปี พ.ศ. 2469 ได้เปลี่ยนชื่อจาก “จังหวัดอยุธยา” เป็น “จังหวัดอยุธยา” ซึ่งมาจาก การตั้งจังหวัดอยุธยา ส่งผลให้อยุธยามีความสำคัญ ทางการปกครองมากขึ้น การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ส่งผลต่อการพัฒนาอยุธยา ในอนาคต จนกระทั่ง เมื่อมีการปกครองระบบมณฑลเทศาภิบาล ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 กรุงศรีอยุธยา ได้เปลี่ยนเป็น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน

สมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายบูรณะโบราณสถาน ในเมืองอยุธยา เพื่อเฉลิมฉลอง 25 พุทธศตวรรษตรงกับ ปี พ.ศ. 2498 นายกรัฐมนตรีเมียนมา เยือนไทย และบริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อบูรณะพระอุโบสถ และพระมงคลบพิตร เป็นการเริ่มต้นของการบูรณะโบราณสถาน ในอยุธยาอย่างจริงจัง ซึ่งต่อมากรมศิลปากร เป็นหน่วยงานสำคัญ ในการดำเนินการ จนกระทั่งองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกมีมติให้ ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยาเป็น “มรดกโลก” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 โดยมีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานอยุธยา

เที่ยวอยุธยา

สถานที่เที่ยว

วัดพระศรีสรรเพชญ์หรือวัดพระศรีสรรเพชญ์ หนึ่งในอดีตมรดกโลก ของพระราชวังโบราณอยุธยา ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดหลวงเก่า ของพระราชวังโบราณ สมัยอยุธยาสร้างขึ้น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2035 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ วัดพระศรีสรรเพชญ์ มีจุดสำคัญที่น่าสนใจคือ เจดีย์ยักษ์สามองค์ ที่ยืนกอดกัน เรียงต่อกันเป็นแนวโดดเด่น เป็นโบราณสถานที่สำคัญของไทย ที่มีเสน่ห์และสวยงาม

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถัน ทางทิศตะวันออก ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ สิ่งที่น่าทึ่งคือ เศียรพระพุทธรูปอายุกว่าร้อยปีในรากไม้ เศียรพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปหินทรายเหลือ แต่พระเศียร สำหรับพระพุทธรูปที่หายไป และเป็นเศียรพระ. ศิลปะอยุธยา บรรจุไว้ในรากโพธิ์ข้างพระอุโบสถ คาดว่า เศียรพระพุทธรูปองค์นี้ ตกอยู่โคนต้นไม้ ในช่วงที่เสียกรุง จนรากไม้ปกคลุม ทำให้มีความสวยงาม แปลกตาทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักของทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ

วัดไชยวัฒนาราม อีกวัดเก่าแก่ สมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยพระเจ้าปราสาททอง เพื่ออุทิศพระราชกุศล แด่พระมารดา สถาปัตยกรรมการก่อสร้างไม่เหมือนวัดอื่น ๆ ในอยุธยา บางหลัง ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม จำลองมาจากนครวัด โดยมีปรางค์ประธาน และปรางค์มุม อยู่บนฐานเดียวกัน ตรงกลางของพื้นที่ และล้อมรอบด้วยเจดีย์ประจำตระกูลอีกสี่องค์

วัดนิเวศธรรม ประวัติสถานที่ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ที่ศิลปะไทย และตะวันตกผสมผสานกันอย่างลงตัว ผ่านอาคาร และสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่น ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อครั้งเสด็จแปรพระราช ศาลประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบโกธิก และเลียนแบบโบสถ์คริสต์ ในการก่อสร้าง

วัดพระราม เป็นวัด ที่ตั้งอยู่นอกพระราชวัง ด้านทิศตะวันออก ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงข้ามวิหารพระมงคลบพิตรวิหารขนาดใหญ่ มีเจดีย์องค์ใหญ่ เห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล องค์ปรางค์ทำด้วยอิฐช้อน เป็นสถาปัตยกรรม สมัยอยุธยาตอนต้นนิยมสร้างเป็นปรางค์ เพราะได้รับอิทธิพลแบบขอมโบราณ จากเมืองละโว้ (ลพบุรี)

วัดราชบูรณะ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือ ของวัดมหาธาตุ ในฐานะที่เป็นวัดหลวง ในสมัยอยุธยาภาย ในวัดประกอบด้วย ปรางค์ประธานซึ่งล้อมรอบด้วยระเบียงคต มีพระวิหารอยู่ทางทิศตะวันออก พระอุโบสถ ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร ทางทิศตะวันตก ตามแนวประธานเดียวกัน วัดราชบูรณะ มีชื่อเสียงมากในเรื่อง การขุดพบเครื่องทองจำนวนมาก ในห้องปรางค์ขนาดใหญ่ และผู้คนยังสามารถลงไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยใหม่ได้อีกด้วย อยุธยาตอนต้น วัดราชบูรณะ เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมเป็นประจำ

วัดพระงาม ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองสระบัว อ. พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดร้างมีลักษณะเด่นคือ ซุ้มประตูโบราณ ล้อมรอบด้วยต้นโพธิ์ จนกระทั่งมันขนานกัน ไปว่าประตูแห่งกาลเวลา ตั้งแต่ในยามเย็น แสงสีทองของดวงอาทิตย์ ส่องที่ซุ้มประตู เมื่อเราเดินผ่านมันให้ความรู้สึกเหมือน เรากำลังเดินผ่านปัจจุบันไปสู่อดีต เหมือนเดินผ่านกระจก ในละครทวิภพไปอีกโลก ในยุคไทยโบราณ

ติดต่อเรา

บทความต่อไป

Recent Posts

ฝาก - ถอน
เมนู