รถบังคับ

รถบังคับ

รถบังคับ

รถบังคับ RADICON BUS เป็นรถบังคับ วิทยุคันแรกของโลก จำหน่ายใน ปีพ. ศ. 2498 ผลิตโดย MASUDAYA ประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งซื้อต่อมาโดย NICHIMO)
หากนับอายุ ของรถคันนี้ ถือว่าครบรอบ 60 ปีข องการเกษียณ อายุในปีนี้

เป็นของเล่น ที่พัฒนามาจาก Tin Car หรือ ที่คนไทยเรียกว่า รถสังกะสี โดยชิ้นส่วนส่วนใหญ่ ทำจากโลหะ ขึ้นรูปมาตราส่วน ควรอยู่ที่ประมาณ 1/20 ภายในเต็มไปด้วย ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแต่ละแห่ง มีขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ใช้แบตเตอรี่ขนาด D หรือ UM-1 1.5V หรือ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่สามก้อนที่ตัวรถ และ อีก 3 ก้อนบนตัวควบคุม สิทธิบัตร ได้รับการจดทะเบียน ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ และ เยอรมนีสวิตช์ เปิด – ปิด เช่น เดียวกับรถยนต์ ที่ควบคุมในปัจจุบัน จะเปิดไว้ที่วิทยุก่อน จากนั้นจึง เปิด และ ปิดรถก่อนจึงปิดวิทยุ

รถบังคับ

รัศมี การควบคุม อยู่ภายใน 10 ฟุต พฤติกรรมการจัดการ ไม่ได้สัดส่วน และ ไม่เป็นอิสระเหมือนในปัจจุบัน แต่เป็นสัญญาณ สั่งการเป็นระยะ ๆ รวม 5 ขั้นตอน.
เมื่อกดปุ่ม 1 ครั้ง รถจะตรงไปข้างหน้า กดครั้งที่ 2 จะเลี้ยวขวา กดครั้งที่ 3 จะเดินตรงไป กดครั้งที่ 4 จะเลี้ยวซ้าย กดครั้งที 5 เพื่อวิ่งตรงไปข้างหน้า และ หยุด

เมื่อกดครั้งต่อไป จะเริ่มที่ 1 อีกครั้ง จริงๆแล้ว แอบผิดหวังเล็กน้อย ถึงปานกลาง เพราะ วิ่งได้ช้ามาก เหมือนหนอนผีเสื้อ
แต่ฉันเข้าใจว่า เขาเป็นคนแรก และ อุปกรณ์ในยุคนั้น น่าจะทำได้ดีที่สุด

เมื่อฉันเริ่มค้นหา รถบังคับวิทยุคันแรก ของโลก ฉันก็เจอรถคันที่สองนี้ เป็นครั้งแรก เรียกว่า RADICON NEW SEDAN เป็น Oldsmobile 88 สีแดง

ที่ขายในปี 2499 แต่ฉันโชคดี พอที่จะค้นหา และ พบรถบัสคันแรก MASUDAYA ได้เปิดตัวเกมบังคับ วิทยุอีกมากมายเช่น RADICON BOAT และ RADICON ROBOT และ หลังจากที่ NICHIMO ซื้อ MASUDAYA ก็ผลิตรถบังคับ วิทยุรุ่นใหม่ชื่อ PROCON ในปีพ. ศ. 2509 และ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วัสดุ ที่เริ่มใช้พลาสติก แทนโลหะ

ชนิดของเครื่องเล่น

เครื่องเล่นวิทยุบังคับ มีหลายประเภท ให้เลือก เช่น

รถแข่ง รถกระบะ รถบรรทุก อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ เรือแข่ง เรือโดยสาร เรือดำน้ำ ฯลฯ

ผู้เล่น แต่ละคน มีกลไกการควบคุม ที่แตกต่างกัน แต่พื้นฐาน ของการควบคุม วิทยุ มีลักษณะเดียวกัน โดยแยกออกเป็น 4 ส่วนดังนี้

  1. เครื่องส่งแบบควบคุมด้วยมือมีหน้าที่ส่งคลื่นวิทยุไปยังเครื่องรับ
  2. เครื่องรับประกอบด้วยเสาอากาศ และแผงวงจรเพื่อรอรับสัญญาณที่ส่งมาจากเครื่องส่งและกระตุ้นให้มอเตอร์ภายในเครื่องเล่นทำงาน
  3. มอเตอร์ไฟฟ้าทำล้อและหมุนให้รถ แต่ถ้าเป็นเรือเปลี่ยนเป็นพัดลมสองตัว
  4. แหล่งพลังงานคือแบตเตอรี่หรือแบตเตอรี่

เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เครื่องเล่นวิทยุ โดยเฉพาะ เครื่องส่งถูกออกแบบมา ให้เหมาะกับการ ถือด้วยมือ มีปุ่มควบคุม ที่ใช้งานง่าย ภายใน เครื่องส่งมีแหล่ง

จ่ายไฟ โดยปกติ จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์ ด้วยรีโมทคอนโทรล เป็นเครื่องเล่น ที่มีรีโมทคอนโทรล มีสายเคเบิล ระหว่าง รีโมท และ เครื่องเล่น ในขณะ

ที่เครื่องเล่นวิทยุ ไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟ

เครื่องเล่น วิทยุควบคุม ทำงานที่ ความถี่ 27 MHz หรือ 49 MHz ซึ่ง กำหนดโดยสถาบัน FCC ซึ่ง เป็นหน่วยงาน ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อจัดสรรความถี่วิทยุ

ผู้ผลิต เลือกความถี่ ของเครื่องเล่นใน รุ่นนั้น ๆ ควรใช้ความถี่ใด เพื่อไม่ให้ความถี่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นรุ่นเดียวกัน คุณสามารถเล่นเครื่องเล่น

เดียวกัน ในเวลาเดียวกันได้ โดยไม่มีความถี่ซ้ำซ้อน ในกรณีที่ผู้ผลิตบางราย ออกแบบช่วงความถี่ สามารถใช้กับรถแข่งได้ถึง 6 คัน ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบ และ

กำหนดช่วงความถี่ ให้เหมาะสม

รถบังคับ

ผู้เล่นบางคน คอนโทรลเลอร์ มีปุ่มเดียว ควบคุมทุกอย่าง เมื่อกดปุ่มเพื่อให้รถเดินหน้า แต่ เมื่อคุณปล่อยปุ่ม รถจะถอยหลังซึ่ง ยากต่อการควบคุม เช่นกัน
เมื่อเลี้ยวซ้าย และ ขวาจึงไม่เป็นที่นิยม

วิทยุควบคุม ย้อนไปดู กระบะบังคับวิทยุ ที่เคยแนะนำไปก่อน หน้านี้ ใช้ความถี่ 27.9 MHz. ลำดับขั้นตอน ต่อไปนี้ เกิดขึ้นเมื่อคุณกดเครื่องส่งวิทยุ

  1. กดปุ่ม เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
  2. เชื่อมต่อวงจร ภายในแล้ว ทำให้ไฟฟ้าแจ้ง ให้วิ่งไปที่ขา ของวงจรรวมเครื่องส่งสัญญาณ
  3. เครื่องกำเนิดสัญญาณวิทยุ คลื่นของคลื่นบนเครื่อง รับบนเครื่องเล่น คลื่นลูกแรก บอกผู้รับว่า เตรียมรับข้อมูล กระบวนการนี้ มีสี่คลื่น แต่ละคลื่นกว้าง 2.1 มิลลิวินาที (1 มิลลิวินาที = 1/1000 วินาที) โดยมีช่องว่าง ระหว่างคลื่น 700 ไมโครวินาที (1 ไมโครวินาที = 1 ล้านวินาที) คลื่นข้อมูล แต่ละคลื่น กว้าง 700 ไมโครวินาที ห่างกัน 700 ไมโครวินาที

ติดต่อเรา

บทความต่อไป

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

แฮนด์บอล

เรื่องถัดไป

haveibeenpwned

เมนู