มาตรา 39

มาตรา 39

มาตรา 39

มาตรา 39 ประกันสังคม เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ที่ยังคงต้องการส่งเงินสมทบ เข้ากองทุนประกันสังคม หลังจากเลิกประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือ มีเหตุให้ต้องออกจากงานเดิม แต่ยังต้องการรักษาสิทธิ ประโยชน์ของประกันสังคม แต่ … สวัสดิการประกันสังคม ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ต้องทำอย่างไร? ใช้เอกสารอะไรบ้างวันนี้ เรามีคำตอบให้คุณ

มาตรา 39 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ. ศ. พ.ศ. 2533

“ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบ ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และ ต่อมาผู้ประกันตนสิ้นสุดลงตามมาตรา 38 (2) หากผู้นั้นประสงค์ จะเป็นผู้ประกันตนคนต่อไป ให้แจ้งความจำนง ต่อสำนักงานตาม ระเบียบที่เลขาธิการ กำหนดภายในหกเดือนนับ แต่วันที่ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง casino online

จำนวนเงินที่ใช้เป็นฐาน ในการคำนวณเงิน สมทบของผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง ให้นำส่งเข้ากองทุนตามมาตรา 46 วรรคสองตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยคำนึงถึง ความเหมาะสม ของสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น ให้ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง ส่งเงินเข้ากองทุนเดือนละครั้ง ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป

ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ หรือ ไม่ครบจำนวนภายในเวลา ที่กำหนดตามวรรคสาม ต้องชำระเงินเพิ่มเติมในอัตรา 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบ ที่ยังไม่ได้ชำระ หรือ จำนวนเงินสมทบ ที่ขาดตั้งแต่วันถัดจากวัน ที่ต้องส่งเงินสมทบ เดือนเศษถ้าสิบห้าวันขึ้นไป ให้นับเป็นหนึ่งเดือน ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัด ” PG

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับผู้ที่เคยเป็น ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ก่อนการเลิกจ้างพนักงานของ บริษัท ที่เราเป็นลูกจ้าง ก็ทำให้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เช่นกัน แต่หากเรายังคงต้องการคงสถานะ ความเป็นผู้ประกันตน ก็สามารถทำได้ โดยการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม นั้นเองเนื่องจากประกันสังคม ต้องการเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้รับสิทธิประโยชน์ ใกล้เคียงกัน ตามนโยบายพื้นฐานเฉลี่ยสุข และ ทุกข์

ประกันสังคมมาตรา 39 กับ 33 ต่างกันอย่างไร?

ผู้เอาประกันภัยมาตรา 33 บังคับให้ บริษัท ต้องทำให้พนักงาน / ลูกจ้าง พนักงานจะต้องส่งเงินสมทบสำนักงานประกันสังคม 5% ของฐานเงินเดือน นายจ้างต้องสมทบ 5% ส่วนรัฐบาลจ่ายเพิ่ม 2.75% โดยเอาฐานเงินเดือนต่ำสุด 1,650 บาทสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท กล่าวคือพนักงาน บริษัท จะจ่ายเงินสมทบสูงสุด 750 บาทต่อเดือนนายจ้าง จะจ่ายเงินสมทบไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน และ รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบ ไม่เกิน 412.50 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย / อุบัติเหตุทุพพลภาพเสียชีวิตคลอดบุตรสวัสดิการบุตรชราภาพและว่างงาน ส่วนผู้เอาประกันภัย เป็นการประกันภัย ภาคสมัครใจ หากเคยทำงานใน บริษัท และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน

แต่สูญหายหรือลาออก และ ยังต้องการรับสิทธิประโยชน์ จากประกันสังคม สามารถสมัคร ได้โดยผู้ประกันตน จะส่งเงินเข้ากองทุน เดือนละ 432 บาท (คำนวณจากฐานสูงสุด 4,800 บาท) และ รัฐบาลจะสมทบให้อีก เดือนละ 120 บาท เพื่อรับความคุ้มครองใน 6 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย / อุบัติเหตุทุพพลภาพกรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีค่าเลี้ยงดูบุตรและกรณีชราภาพ ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการสมัคร เป็นผู้ประกันตน จะต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 12 เดือน และ ลาออกไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ต้องไม่เป็นคนพิการให้ใช้

ประกันสังคมมาตรา 39 ขอแบบไหนได้บ้าง?

มีประโยชน์อย่างไร? สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตน มี 6 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วยทุพพลภาพคลอดบุตรสงเคราะห์บุตรชราภาพและเสียชีวิต สิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วยตาม มีหลายกรณีที่ผู้เอาประกันภัย จะได้รับผลประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาล: – กรณีเจ็บป่วย – กรณีปลูกถ่ายไขกระดูก – กรณีการบำบัดทดแทนไต – เคสทันตกรรม – กรณีขอรับเงิน ทดแทนการขาดรายได้ – ค่าพาหนะกรณีย้ายสถานพยาบาล ในที่นี้จะให้รายละเอียด 3 กรณีหลัก ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยกรณีทันตกรรมและกรณีรายได้ชดเชยไม่เพียงพอ กรณีอื่น ๆ สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ประกันสังคม

เงินสมทบที่ต้องส่งให้สำนักงานประกันสังคม


เดือนละ 432 บาทต่อเดือน

เงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบเดือนละ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน จากอัตราเงินสมทบ 9% (4,800 x 9% = 432 บาทต่อเดือน) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (เจ็บป่วยคลอดบุตร ทุพพลภาพเสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และ ชราภาพ) ตามหลัง เป็นผู้ประกันตนภายใต้ มาตรา 33

หมายเหตุ: สำหรับปี 2555 คณะกรรมการประกันสังคม ได้มีมติให้ลดเงินสมทบ สำหรับผู้ประกันตน โดยยื่นขอ ดังนี้
– ครึ่งปีแรกตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 ถึงเดือนมิถุนายน 2555 ในอัตรา 5% โดยกำหนดให้ผู้ประกันตน ส่งเงินสมทบ 240 บาทต่อเดือน (4,800 x 5% = 240 บาทต่อเดือน)


– ครึ่งปีหลัง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ถึงธันวาคม 2555 ค่าจ้าง 7% โดยนำส่งผู้ประกันตน เดือนละ 336 บาท (4,800 x 7% = 336 บาทต่อเดือน)
– สำหรับเงินสมทบในปี 2556 สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตามปกติร้อยละ 9 ต่อเดือนผู้ประกันตนส่งเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน (4,800 x 9% = 432 บาทต่อเดือน )

มาตรา 39

วิธีการจ่ายเงินสมทบ

ชำระที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ / จังหวัด / สาขาพร้อมแบบส่งเงินสมทบ (สปส. 1-11)

มี 5 ธนาคารจากบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

ชำระด้วยเงินสดที่
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) Slot
ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7- ELEVEN ซึ่งมีค่าธรรมเนียม 10 บาทต่อรายการ สามารถชำระเงินสมทบได้ทุกสาขา

หน้าที่ของ ผู้เอาประกันภัย
จะต้อง ส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน หากเกินกำหนด จะต้องชำระเงินเพิ่มเติม ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน
แจ้งการ เปลี่ยนแปลง ข้อเท็จจริง ต่อสำนักงาน ประกันสังคมดังนี้ บาคาร่า
กรณีเปลี่ยนสถานที่ติดต่อ ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันตามแบบ แจ้งเปลี่ยนแปลงการติดต่อ (สปส. 1-34)
กรณีเปลี่ยนชื่อ – นามสกุลหรือแก้ไขข้อมูล ส่วนตัวอื่น ๆ ต้องแจ้งทันทีพร้อม แนบสำเนาหลักฐาน สล็อต
กรณีต้องการลาออก หรือ กลับเข้าทำงาน และ มีสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องแจ้งเป็นหนังสือทันที ตามแบบบอก เลิกความเป็นผู้ประกันตน (สปส 1-21)

สำหรับผู้ประกัน ตนตามมาตรา 39 ได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ทำงานในสถานประกอบการ / นายจ้างใหม่) นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจสามารถขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้ภายใน 30 วันนับจากวันทำงาน ผู้ประกันตน ไม่ต้องลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส. 1-21) แต่อย่างใดเว้นแต่กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีการค้างชำระเงินสมทบ เพื่อดำเนินการต่อไป แจ้งลาออก (สปส 1-21) ด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขาที่สมัคร

Recent Posts

เรื่องก่อนหน้า

นอน

เรื่องถัดไป

โหลดวีดีโอ

เมนู