ฝาก - ถอน

ประเพณีลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทง ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆ กัน ในปีนี้ วันลอยกระทง ตรงกับ วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563

ประเพณีลอยกระทง


เทศกาลลอยกระทงไม่ได้พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นในจีนอินเดียเขมรลาวและพม่ายังมีเทศกาลลอยน้ำที่คล้ายกันในประเทศของเรา ก็จะเป็นรายละเอียดของพิธีกรรมและความเชื่อของแต่ละท้องถิ่นแม้แต่ในบ้านเราเองการลอยกระทงก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งกลุ่มงานประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงวัฒนธรรมได้รวบรวมมาเล่าสู่กันฟังเพื่อทราบดังต่อไปนี้

ทำไมคุณถึงลอยกระทง ?
ลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า แต่คุณฝึกเมื่อไหร่? ในแต่ละท้องถิ่นจะมีวัตถุประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงที่แตกต่างกันเช่นในเรื่องของพระพุทธศาสนา จะเป็นการนมัสการพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทที่หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำน้ำทาซึ่งปัจจุบันเป็นแม่น้ำเนอร์พุทธาในอินเดียหรือต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันที่เสด็จกลับจาก โลกเมื่อไปโปรดพระพุทธมารดา

วัตถุประสงค์ของวันลอยกระทง
นอกจากนี้การลอยกระทงยังมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญภาวนาในทะเลลึกหรือสะดือทะเลบางแห่งก็ลอยกระทงด้วย เพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อในบางสถานที่เพื่อแสดงความขอบคุณซึ่งเป็นแหล่งน้ำเพื่อให้มนุษย์นำไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงการขอขมาที่ทิ้งของเสียบางท้องถิ่นจะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วหรือเพื่อ สะเดาะเคราะห์ลอยความทุกข์โศกโรคภัยต่าง ๆ และส่วนใหญ่จะอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการด้วย

พระยาอนันตราชได้สันนิษฐานว่าสาเหตุของการลอยกระทงอาจเป็นพื้นฐานเป็นไปได้ว่าการลอยกระทงเป็นคติประจำใจของคนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งอาศัยน้ำเมื่อเมล็ดข้าวเจริญเติบโตได้ดีและเป็นช่วงที่น้ำเพิ่งล้นจากนั้นจึงทำกระทงแล้วลอยไปตามกระแสน้ำเพื่อขอบคุณแม่คงคาหรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำให้อุดมสมบูรณ์จึงได้ลอยกระทงในฤดูน้ำและ เมื่อเสร็จแล้วจึงเล่นด้วยความสุขเท่ากับการฉลองงานที่ทำสำเร็จและรอดตายจนเห็นผลชาวบ้านบอกว่าการลอยกระทงเป็นการขอขมา และขอขอบคุณแม่คงคาคงจะมีเขาเช่นเดียวกับชาติต่าง ๆ แต่คนสมัยก่อนได้แสดงความยินดีที่สามารถเก็บเกี่ยวพืชผลได้จึงนำผลผลิตแรกที่ได้รับไปบูชาเทพเจ้าที่คุณเคารพเพื่อขอบคุณสำหรับการเพาะปลูกของคุณ มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเลี้ยงผีที่อดอยากและการเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่เสียชีวิตเสร็จสิ้นแล้วและยังมีการเลี้ยงฉลองกันเอง

ต่อมาเมื่อมนุษย์ได้พัฒนา Anxiety Cultivation แล้วว่าจะไม่ได้ผลก็น้อยลง แต่ยังคงให้เสียสละตามที่เคยทำมาจนเป็นประเพณีอย่างไรก็ตามแก้ไขด้วยความเชื่อทางศาสนาที่ตนนับถือเช่นมีการทำบุญในพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นเป็นต้น แต่เวลาส่วนใหญ่ยังคงอยู่ แต่ส่วนใหญ่ ของความสนุกสนานและความบันเทิง การลอยกระทงจึงเกิดขึ้นทั่วไปในชาติต่างๆ และการลอยอยู่ในน้ำคงจะเป็นความรู้สึกทางจิตใจของมนุษย์เรามักจะโยนอะไรลงไปในน้ำให้ลอยหายไป

ทำไมกระทงส่วนใหญ่จึงเป็นรูปดอกบัว?

ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือตำนานนางนพมาศพระสนมเอกของพระมหาธรรมราชาลิไทหรือพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยกล่าวว่าวันเพ็ญเดือนสิบสองเป็นเวลาเยี่ยมชมแม่น้ำตามพิธีในเวลากลางคืนและได้โปรดเกล้าฯ บรรดานางสนมในการตกแต่งกระทงดอกไม้ธูปเทียนนำไปลอยต่อหน้าพระบรมมหาราชวังในขณะนั้นนางสนมของท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศได้ประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัวขึ้นด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานที่ คืนปีละครั้งเท่านั้นในวันนั้น ควรทำเป็นกระทงประดับโคมไฟลอยเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทซึ่งเมื่อในหลวงทอดพระเนตรก็ทูลขอความหมายจึงทรงอธิบายจนพอพระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า “แต่ยังคงดำเนินต่อไปตามลำดับพระมหากษัตริย์ในสยามประเทศจนกระทั่งถึงวันหยุดขึ้นวันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัวไปถวายเครื่องสักการะตามรอยพระพุทธบาท ตราบนิรันดร์” ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นโคมลอยที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัวปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน

ตำนานและความเชื่อวันลอยกระทง 

จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า การลอยกระทง ในแต่ละท้องที่ก็มาจากความเชื่อ ความศรัทธาที่แตกต่างกัน บางแห่งก็มีตำนานเล่าขานกันต่อๆมา ซึ่งจะยกตัวอย่างบางเรื่องมาให้ทราบ ดังนี้

เรื่องแรกกล่าวกันว่าการลอยกระทงนั้นมีต้นกำเนิดมาจากศาสนาพุทธนั่นเอง
นั่นคือก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา วันหนึ่งนางสุชาดาคนรับใช้ให้สาวใช้นำข้าว (ข้าวผัดที่ปรุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองมาถวายเมื่อกินหมดแล้วก็ตั้งศีลว่าถ้าวันใดจะได้ สำเร็จดังพระพุทธเจ้าแล้วขอให้ถาดนั้นลอยทวนน้ำด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์ถาดนั้นลอยทวนน้ำไปที่สะดือทะเล จากนั้นจมลงไปที่หางของมังกรที่รักษาบาดาล

ราชาแห่งนาคตื่นขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นอย่างไรจึงประกาศว่าบัดนี้มีพระพุทธรูปแล้วได้อุบัติขึ้นในโลกอื่นหลังจากนั้นเทพเจ้าและพญานาคก็พากันไปพบพระพุทธเจ้าและพระนาคปรกได้ทูลขอพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมานมัสการพระองค์ได้ทำเช่นนั้น และสาวใช้ก็บอกกับนางสุชาดาในวันนั้นของทุกปีนางสุชาดาจะนำธูปและดอกไม้ใส่ถาดไปลอยน้ำเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทเป็นประจำเป็นต้นมาจึงกลายเป็นประเพณีลอยกระทง คุณสามารถเห็นได้ในวันนี้

เกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทนี้ในบางสถานที่พญานาคกราบทูลพระพุทธเจ้าเสด็จไปเทศนาในนาคพิภพเมื่อกลับมาพญานาคจึงขออนุสาวรีย์มาบูชา พระพุทธเจ้าจึงอธิษฐานรอยพระพุทธบาทบนหาดทรายของแม่น้ำน้ำทา และพญานาคจึงกราบไหว้พระพุทธบาทแทนพระองค์ต่อมาชาวพุทธได้เรียนรู้เรื่องนี้ จึงได้บูชารอยพระพุทธบาทกันโดยนำเครื่องสังเวยใส่กระทงที่ลอยในน้ำส่วนที่กล่าวว่าลอยกระทงในวันเพ็ญเดือน 11 หรือออกพรรษาเพื่อเฉลิมฉลองวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์หลังวันที่ 3 – จำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดา วันนั้นพระเจ้าและพุทธเจ้าก็พากันมารับพระราชทานเครื่องสังเวยนับไม่ถ้วนและเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเปิดให้ประชาชนได้เห็นสวรรค์และนรกด้วยอำนาจของพระองค์ผู้คนจึงพากันไปลอยกระทงเพื่อเฉลิมฉลองการต้อนรับพระพุทธเจ้า

สำหรับคติที่ว่าลอยกระทงตามประทีปเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนั้นเป็นเพราะตรงกับวันที่พระพุทธเจ้าทรงอุปสมบท ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ทรงใช้พระขรรค์ตัดพระเกศโมลี ลอยไปในอากาศตามที่อธิษฐานพระอินทร์จึงนำครอบแก้วมาบรรจุและประดิษฐานในจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ดาวอรุณ (ตามโป๊ะคือดวงไฟหรือดวงประทีปหรือโคมไฟหรือโถดินเผาขนาดเล็ก) ซึ่งทางทิศเหนือของเรามักจะมีการปล่อยโคมลอย หรือโคมที่เรียกว่าว่าวที่จุดขึ้นในอากาศเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีอีกด้วย

เรื่องที่สองตามตำราของพระคณาจารย์กล่าวไว้
พิธีลอยไฟนี้หรือตามประทีปเดิมเป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ทำขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งสามคือพระศิวะพระวิษณุและพระพรหม เป็นของคู่กับการลอยกระทงก่อนที่จะลอยก็ต้องตามด้วยโคมไฟ ซึ่งตามคัมภีร์โบราณของอินเดียเรียกว่า “เทปาวลี” โดยให้คำจำกัดความทางโหราศาสตร์ว่า When the sun to scorpio When the moon is the moon in Zodiac? จากนั้นก็ถึงเวลาจุดตะเกียง และเมื่อหมดเวลาบูชาจึงนำโคมไปลอยน้ำต่อมาชาวพุทธเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี จึงเปลี่ยนมานมัสการรอยพระพุทธบาทและการรับเสด็จตามที่กล่าวข้างต้นโดยปกติเดือน 12 หรือยี่เป็งเป็นเกณฑ์ (ยี่เป็งเป็นเดือนที่ 2 ตามการนับของล้านนานับวันเพ็ญเดือน 2 เร็วกว่าภาคกลาง)

เรื่องที่สามเป็นเรื่องของพม่า
เล่ากันว่าครั้งหนึ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างเจดีย์ให้ครบ 84,000 องค์ แต่ถูกปางมารวิชัยปิดกั้นตลอด จึงไปขอพระอรหันต์พระอุปคุตให้ช่วย พระอุปคุตไปขอความช่วยเหลือจากพระยานาคแห่งยมโลก พระยาหน้าปากและปราบมารพระเจ้าอโศกมหาราชได้สำเร็จจึงได้สร้างเจดีย์ตามความปรารถนาตั้งแต่นั้นมาในวันพระจันทร์เต็มดวงของวันเพ็ญเดือน 12 ประชาชนจะทำพิธีลอยกระทง เพื่อบูชาขุนพระยานาคในเรื่องนี้บางแห่งกล่าวว่าพระยานาคคือพระอุปคุตที่อาศัยอยู่ที่สะดือทะเล และมีอานุภาพมากจึงสามารถปราบมารได้และพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า และชาวพายัพของไทยจำนวนมาก

เรื่องที่สี่เกิดจากความเชื่อโบราณในล้านนาว่า
การระบาดของอหิวาตกโรค. อาณาจักรหริภุญไชยทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากผู้ที่ไม่ตายได้อพยพไปยังสะเทม และหงสาวดีเป็นเวลา 6 ปีบางคนมีครอบครัวอยู่ที่นั่นเมื่ออหิวาตกโรคสงบลงบางส่วนจึงอพยพกลับไป และในวันครบรอบการอพยพได้จัดเทียนบูชาพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าวใส่สะเปา (อ่านว่าสะเปาแปลว่าสำเภาหรือกระทง) เพื่อระลึกถึงญาติพี่น้องที่มีอยู่ในเมืองหงสาวดี ซึ่งการลอยกระทงดังกล่าวจะกระทำในวันยี่เป็งคือเดือนสิบสองเรียกว่าการลอยเพลี้ย แต่ไม่ได้พบเห็นได้ทั่วไปในล้านนาส่วนใหญ่เทศกาลยี่เป็งชาวล้านนาจะมีพิธีตั้งธัมมปวง . หรือเทศน์มหาชาติเป็นเวลานานและมีการจุดโคมไฟแพร่หลายมากขึ้น (การลอยกระทงทางล้านนาโบราณเรียกว่าลอยธรรม) ชอบออกหากินเวลากลางคืนและมีเหนียงไฟให้เห็นเป็นระยะ ๆ เหมือนผีกระสือจึงเรียกตามกระทงที่ลอยเทียนในน้ำเห็นเงาแวบๆคล้ายผีหลอกที่ลอยฟ้าร้อง)


เรื่องที่ห้ากล่าวกันว่าในจีนโบราณ ทางตอนเหนือเมื่อถึงหน้าน้ำน้ำจะท่วมเสมอบางปีมีชาวบ้านเสียชีวิตหลายแสนคน และหาศพไม่พบประชาชนจึงจัดกระทงไปลอยอาหาร เพื่อบูชาเป็นงานประจำปีส่วนที่ลอยในเวลากลางคืนเขาสันนิษฐานว่าอาจต้องการความเคร่งขรึมและแวววาวดูขลังเพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผีและผีไม่ชอบปรากฏตัวในช่วงกลางวันที่มีการจุดเทียนเพราะทางไป เมืองผีมืด จึงต้องจุดไฟเพื่อให้ผีกลับสะดวกในภาษาจีนเรียกการลอยกระทงว่าการปล่อยโคมลอย (ปังจุ้ยเต็ง) ซึ่งตรงกับของไทยว่าโคมลอยจากเรื่องข้างบน อย่างที่เราเห็นกันว่าการลอยกระทงส่วนใหญ่เป็นการแสดงความขอบคุณ ระลึกถึงผู้มีพระคุณต่อมวลมนุษย์เช่นพระพุทธเจ้าพระแม่คงคาและบรรพบุรุษเป็นต้นและแสดงความกตัญญูกตเวที (ตอบแทนคุณ) ด้วยการบูชาด้วยการอุทิศตนต่างๆ โดยเฉพาะการสักการะพระพุทธบาทหรือรอยพระพุทธบาทถือได้ว่าเป็นคติธรรมอย่างหนึ่งที่ส่อให้ชาวพุทธเดินตามรอยพระพุทธเจ้าอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทั้งมวล

ประเพณีลอยกระทง นอกจากจะเป็นประเพณีที่มีคุณค่า ในเรื่องการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ต่อผู้มีพระคุณดังที่กล่าวมาแล้ว ประเพณีนี้ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสานาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆ แห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำคลองไปด้วย

วันลอยกระทงในปฏิทินสุริยคติ

ปีวันที่วันที่วันที่
ปีชวด24 พฤศจิกายน พ.ศ. 253912 พฤศจิกายน พ.ศ. 255131 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ปีฉลู14 พฤศจิกายน พ.ศ. 25402 พฤศจิกายน พ.ศ. 255219 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
ปีขาล3 พฤศจิกายน พ.ศ. 254121 พฤศจิกายน พ.ศ. 25538 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
ปีเถาะ22 พฤศจิกายน พ.ศ. 254210 พฤศจิกายน พ.ศ. 255427 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
ปีมะโรง11 พฤศจิกายน พ.ศ. 254328 พฤศจิกายน พ.ศ. 255516 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567
ปีมะเส็ง31 ตุลาคม พ.ศ. 254417 พฤศจิกายน พ.ศ. 25565 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
ปีมะเมีย19 พฤศจิกายน พ.ศ. 25456 พฤศจิกายน พ.ศ. 255724 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
ปีมะแม8 พฤศจิกายน พ.ศ. 254625 พฤศจิกายน พ.ศ. 255813 พฤศจิกายน พ.ศ. 2570
ปีวอก26 พฤศจิกายน พ.ศ. 254714 พฤศจิกายน พ.ศ. 25591 พฤศจิกายน พ.ศ. 2571
ปีระกา16 พฤศจิกายน พ.ศ. 25483 พฤศจิกายน พ.ศ. 256020 พฤศจิกายน พ.ศ. 2572
ปีจอ5 พฤศจิกายน พ.ศ. 254922 พฤศจิกายน พ.ศ. 25619 พฤศจิกายน พ.ศ. 2573
ปีกุน24 พฤศจิกายน พ.ศ. 255011 พฤศจิกายน พ.ศ. 256228 พฤศจิกายน พ.ศ. 2574

PG SLOT VIP จากค่าย PG Slot พัฒนามาในรูปแบบใหม่ล่าสุดในชั่วโมงนี้ และวินาที่ใครที่ไม่รู้จักควรจะต้องรู้จักไว้เพราะทำให้คุณเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่

บทความต่อไป

Recent Posts

ฝาก - ถอน
เมนู