ฝาก - ถอน

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย เป็นสถาบันการเงินในประเทศไทยมีสำนักงานอยู่ที่เขตวัฒนาและเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ในประเทศ และมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบของสถาบันการเงิน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง แล้งยังเป็น 1 ใน 5 ธนาคารที่มีขนาดใหญ่ มีจำนวนสาขาที่เยอะที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศไทยด้วย

ประวัติ

1. ธนาคารมณฑล

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยในสมัยของ จอมพล ปอ พิบูลสงคราม ได้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารของรัฐในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจขึ้นมา เพื่อแทนธนาคารต่างประเทศที่ยุติการดำเนินกิจการ เนื่องจากประกาศสงครามโลกครั้งที่ 2 ของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศเป็น โดยทำการจัดตั้งธนาคารเมื่อ วันที่ 27 มค. พ.ศ.2485 โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ธนาคารไทย จำกัด จึงมีหน้าที่ในการดำเนินธุรกิจทดแทนธนาคารต่างประเทศ โดยอย่างยิ่ง คือที่จะเกื้อกูลการค้าของบริษัทข้าวไทยจำกัด ต่อจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารมณฑล จำกัด เมื่อวันที่ 31 กค. พ.ศ.2488

เพื่อไม่ให้ชื่อซํ้ากับธนาคารชาติ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงสอดคล้องกับบทบาทในการสนับสนุนกิจการของบริษัทพาณิชย์ในต่างจังหวัด โดยมีสำนักงานเป็นตึกสี่ชั้น หน้าสนามม้านางเลิ้ง ถ.นครสวรรค์ แขวง สี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) นาย ผยง ศรีวณิช เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารมณฑลได้รับการก่อตั้งโดยมีทุนจดทะเบียนสิบล้านบาท โดยกระทรวงการคลังถือ 50,650หุ้น และบริษัทข้าวไทยจำกัด ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจถือ 45,172หุ้น ทำให้ธนาคารมณฑลมีสัดส่วนของการถือหุ้นของรัฐสูงถึงร้อยละ 95.8 และกรรมการธนาคารในระยะแรกมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับ จอมพล ปอ พิบูลสงคราม พนักงานส่วนใหญ่เป็นพนักงานเดิมจากธนาคารฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ธนาคารชาร์เตอร์ด และธนาคารเมอร์แคนไทล์ ที่ได้ปิดกิจการ

หลังการรัฐประหารของ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ที่มีต่อรัฐบาลของ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กลุ่มซอยราชครู ที่เป็นกลุ่มการเมืองของ พล.ท.ผิน ได้พยายามเข้าครอบครองธนาคารมณฑล เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจแล้วประสบความสำเร็จใน พ.ศ.2495 โดยแต่งตั้ง พล.ต.ต.ละม้าย อุทยานานนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มซอยราชครู ขึ้นเป็นประธานคณะกรรมการต่อจากพระยาโกมารกุลมนตรี และพระยาบุรณศิริพงษ์ เป็นผู้จัดการ หลังธนาคารกลับสู่กลุ่มอำนาจของจอมพล ปอ อีกครั้ง หลังจากการรัฐประหารใน พ.ศ. 2494 อยู่ภายใต้กลุ่มอำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังจากการรัฐประหารใน พ.ศ.2500

การถูกใช้แสวงหาผลประโยชน์ ของกลุ่มอำนาจทางการเมืองหลายครั้ง ทำให้ฐานะของธนาคารมณฑลอยู่ในสภาวะตกต่ำ มีผลการดำเนินงานที่แย่มาก หลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีวินัยทางการเงิน ทำให้ธนาคารมณฑลเริ่มประสบภาวะขาดทุนอย่างมาก จนได้เงินสนับสนุนจากการกระทรวงการคลังจาก 10ล้านบาท เพิ่มเป็น 30ล้านบาท โดยถือหุ้นร้อยละ82.3 เพื่อป้องกันไม่ให้ ธ.ล้มละลาย แต่ก็แก้ไขสถานการณ์ไม่ได้มากนัก ทำให้รัฐบาลในสมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร ตัดสินใจรวมธนาคารมณฑล รวมเข้ากับธนาคารเกษตร

2. ธนาคารเกษตร

ธนาคารเกษตร ได้รับการก่อตั้ง โดยกลุ่มข้าราชการและพ่อค้าซึ่งนำ โดยวิลาส โอสถานนท์ และดิเรก ชัยนาม มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นเกษตรกร เมื่อวันที่ 26 เมย. พ.ศ.2493 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่แถว ถ.เยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีทุนจดทะเบียนในชั้นแรก 10ล้านบาท แบ่งเป็น 10,000หุ้น โดยมีการกระจายหุ้นอย่างกว้างขวาง ให้กับบุคคลต่างๆ โดยมี สุริยน ไรวา เป็นผู้ถือรายหุ้นใหญ่ และ วิลาส โอสถานนท์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการคนที่ 1 ต่อจากนั้นได้มีข้าราชการหลายๆ คนเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการแทน

ธนาคารเกษตร ได้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจของกลุ่มซอยราชครู เช่นเดียวกับธนาคารมณฑล โดยมี จอมพล ผิน ชุณหะวัณ เข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารสืบต่อจากพระยาศรีวิสารวาจา ทำให้ฐานะของธนาคารอยู่ในสภาวะตกต่ำสุด จากการแสวงหาผลประโยชน์ ภายหลังจากการรัฐประหารใน พ.ศ.2500 ธนาคารเกษตรเกิดวิกฤติการณ์ทางการเงิน จนทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มเงิน เพื่อประคับประคองธนาคาร

และส่งผลให้ธนาคารแปรสภาพจากวิสาหกิจเอกชนเป็นรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังพยายามที่จะช่วยเรื่องการเงิน เพื่อประครองฐานะของธนาคารจนถึง พ.ศ.2508 รัฐบาลถือหุ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 92.15 ต่อมาได้รวมกิจการเข้ากับธนาคารมณฑลโดยมี ม.จ. ทองประทาศรี ทองใหญ่ เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร แล ะจำรัส จตุรภัทร เป็นกรรมการผู้จัดการคนสุดท้ายของธนาคารเกษตร

ธนาคารกรุงไทย

3. รวมกิจการ

ด้านนโยบายของ เสริม วินิจฉัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาลควร มีเพียงแห่งเดียว ขณะที่ในเวลาดังกล่าว รัฐบาลไทยเข้าถือหุ้นใหญ่ ในธนาคารพาณิชย์ถึง 2 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารมณฑล ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 กย. พ.ศ.2485 และ ธนาคารเกษตร ที่ทำการก่อตั้ง โดย สุริยน ไรวา กระทรวงการคลังประกาศให้รวมกิจการของธนาคารทั้ง 2 โดยก่อตั้งในชื่อใหม่ว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด เมื่อวันที่ 14 มีค. พ.ศ.2509 

และใช้อาคารสำนักงานใหญ่แห่งเดิมของธนาคารเกษตรเป็นสำนักงานใหญ่ของ ธนาคารกรุงไทย ใน หลังจากนั้นพื้นที่ไม่เพียงพอ ซึ่งธนาคารขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารจึงทำการย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังอาคาร เลขที่ 35 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 จนถึงปัจจุบัน สำหรับอาคารที่เยาวราชในทุกวันนี้ นอกจากคงใช้เป็นสาขาเยาวราชแล้ว ยังปรับปรุงส่วนหนึ่งของอาคารให้เป็น หอศิลป์กรุงไทย

4. จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และแปรสภาพ

เมื่อวันที่ 26 มิย. พ.ศ.2532 ก่อนจะเปิดการซื้อขายอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 สค. ปีเดียวกัน และแปรสภาพ เป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 24 มีค. พ.ศ.2537 ตามลำดับ ปัจจุบันกระทรวงการคลังยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

5. ธนาคารอื่นที่รับโอนกิจการและโอนบริการ

รับโอนกิจการ ธนาคารสยาม จำกัด (ที่เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 12 มค. พ.ศ.2527 ชื่อเดิมคือธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด ซึ่งก่อตั้ง วันที่ 5 มีค. พ.ศ.2508) เมื่อวันที่ 17 สค. พ.ศ. 2530 โดยแยกงานกำกับดูแลลูกหนี้เดิม ให้แก่บริษัททิพยสิน จำกัด รับโอนกิจการธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ถนนสุรศักดิ์ (ปัจจุบันเป็นที่ทำการของบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ) ซึ่งยุติการดำเนินกิจการ เมื่อวันที่ 17 สค. พ.ศ.2541 

โดยรับโอนเฉพาะทรัพย์สิน หนี้สิน งบประมาณที่มีคุณภาพและ เงินฝากของลูกค้า ธนาคารดังกล่าว รับโอนกิจการธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) (ที่เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 4 กค. พ.ศ.2520 จากชื่อเดิมคือ บริษัทแบงก์ตันเปงชุน จำกัด โดยก่อตั้ง วันที่ 6 พค. พ.ศ.2477 เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารไทยพัฒนา เมื่อวันที่ 28 ธค. พ.ศ.2503 )

โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในซอยสวนมะลิ (ปัจจุบันเป็น ธนาคารกรุงไทย สาขาสวนมะลิ) เมื่อวันที่ 2 พย. พ.ศ.2541 โอนบริการทางการเงิน ตามกฎหมาย ชะรีอะฮ์ในศาสนาอิสลาม หรือ ที่นิยมเรียกว่า ธนาคารกรุงไทยชะรีอะฮ์ ให้แก่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 พย. พ.ศ.2548

บทความต่อไป

Recent Posts

ฝาก - ถอน
เมนู